ข่าวสาร / 20 พ.ย. 61

ถ้าเป็นเครื่องปรับอากาศต้อง Mitsubishi Heavy Duty

ถ้าเป็นเครื่องปรับอากาศต้อง...


MITSUBISHI HEAVY DUTY


   


       การซื้อเครื่องปรับอากาศสักเครื่องหนึ่งนั้น เราคำนึงถึงสิ่งใดเป็นอันดับแรก?



หลายคนคำนึงถึงเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าทำให้ค่าไฟถูกลงในระยะยาว สำหรับคนใจร้อนอาจคำนึงถึงเครื่องปรับอากาศที่สามารถทำความเย็นได้อย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าทุกคนคงไม่อยากเปลี่ยนแอร์บ่อยๆ ดังนั้นเครื่องปรับอากาศที่มีความคงทน มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องบอกว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก หลายคนอาจนึกถึงเครื่องปรับอากาศที่มีฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพและความสะดวกสบาย ซึ่งก็นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่เลวเช่นเดียวกัน



แต่จะซื้อเครื่องปรับอากาศยี่ห้อไหนดีล่ะ ในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty มีคำตอบ

 


ทำไมต้อง MITSUBISHI HEAVY DUTY



        เพราะ Mitsubishi Heavy Duty เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องปรับอากาศโดยเฉพาะ ด้วยคุณภาพการผลิตจาก Mitsubishi Heavy Industries ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันในระดับโลกกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในด้านอุตสาหกรรมพลังงาน การคมนาคมและการพาณิชย์ทั้งทางบก อากาศและทะเล การสำรวจธรรมชาติหรือแม้กระทั่งการผลิตกระสวยอวกาศ นอกจากนี้ Mitsubishi Heavy Industries ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อทำให้โลกขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ตามสโลแกน Move the world forward และสุดท้าย Mitsubishi Heavy Industries ได้ผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับในกลุ่ม Living and Leisure ขึ้นมาโดยเฉพาะ นั่นคือเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty เพื่อความสะดวกสบายตอบโจทย์ทุกระดับที่พักอาศัย

 





เย็นแบบ HEAVY DUTY ต้องเย็นแรง เย็นเร็ว


  

        Mitsubishi Heavy Duty เป็นเครื่องปรับอากาศที่สามารถส่งลมไปได้ไกลมากที่สุด ด้วยเทคโนโลยี Jet Flow หรือการออกแบบระบบจ่ายลมด้วยเทคโนโลยีเดียวกันกับใบพัดในเครื่องยนต์เจ็ท เครื่องปรับอากาศจะดูดอากาศเข้าด้านบนของตัวเครื่องแล้วจ่ายลมออกที่ด้านหน้า ทำให้เครื่องสามารถส่งลมไปได้ในระยะไกล ผลจากการทดสอบพบว่า เครื่องปรับอากาศขนาด 9,000 – 12,000 Btu/h สามารถส่งลมไกลได้มากที่สุดถึง 15 เมตร และขนาด 18,000 – 24,000 Btu/h สามารถส่งลมได้ไกลมากที่สุดถึง 17 เมตรด้วยกัน และเมื่อสั่งให้เครื่องทำงานในโหมดพลังงานสูง Hi Power ด้วยแล้ว เครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty จะสามารถทำความเย็นตรงตามอุณหภูมิที่กำหนดได้ภายในระยะเวลา 15 นาทีเท่านั้น

 





กระจายลมแบบ HEAVY DUTY ต้องเย็นทั่วทุกมุมห้อง



       ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ห้องเย็นฉ่ำก็เพราะการกระจายลมให้เย็นเท่ากันทั่วทุกมุมห้องและบังเอิญว่าเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty เองก็มีฟังก์ชั่น 3D Auto ที่เป็นฟังก์ชั่นช่วยกระจายลมเย็นด้วยการสั่งงานผ่านรีโมทคอนโทรลเพียงปุ่มเดียวเท่านั้นโปรแกรมการควบคุมการกระจายลมจะทำงานอัตโนมัติโดยบังคับการทำงานของมอเตอร์ 3 ตัว และสวิงใบปรับทิศทางลมอัตโนมัติในแนวตั้ง 6 รูปแบบ และแนวนอน 8 รูปแบบ เพียงเท่านี้ไม่ว่าจะนั่งจะนอนอยู่ในทุกๆ มุมโปรด ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นสบายในทุกองศา






ฟอกอากาศแบบ Heavy Duty ต้องให้เชื้อโรคหมดโอกาสเจริญเติบโต



       วิวัฒนาการของเครื่องปรับอากาศก้าวล้ำไปไกลกว่าเมื่อก่อนมาก จากเดิมที่เครื่องปรับอากาศมีหน้าที่เพียงแค่ทำความเย็นคลายความร้อนจากอากาศอบอ้าวในฤดูร้อนเพียงเท่านั้น ปัจจุบันผู้ผลิตและพัฒนาเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Mitsubishi Heavy Duty เองเล็งเห็นถึงความสำคัญของเครื่องปรับอากาศในการยกระดับคุณภาพชีวิตโดยการใส่ฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพมาด้วยอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแผ่นกรอง Natural Solar Filter ช่วยขจัดกลิ่นอับชื้น, แผ่นกรอง Natural Enzyme Filter ซึ่งมีส่วนประกอบของเอ็นไซม์ธรรมชาติ สามารถทำลายผนังเซลส์ของเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ, แผ่นกรอง Vitamin C Filter ที่ช่วยกรองอากาศที่ไหลผ่านออกมาให้มีวิตามินซี ช่วยให้ผิวขาวและชุ่มชื้น และแผ่นกรอง Anti-allergy & Activated Carbon Filter ซึ่งจะช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้ ดูดซับก๊าซอันตรายและฝุ่นละอองในอากาศ



       นอกจากนี้ยังใส่ฟังก์ชั่นการทำความสะอาดตัวเองอย่าง Self Clean Operation ที่ช่วยขจัดกลิ่นอับชื้นและป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อราในแผงคอยล์เย็นอีกด้วย ไม่ว่าจะหายใจเข้าหรือจะหายใจออกก็สบายทั้งใจสบายทั้งสุขภาพกันเลยทีเดียว





      


ประหยัดแบบ Heavy Duty ต้อง Inverter แท้ทั้งระบบ



       หมดห่วงถ้าเป็นเรื่อง Inverter เพราะ Mitsubishi Heavy Duty พัฒนาระบบ Real Inverter ขึ้นมา เพื่อการทำงานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการประหยัดพลังงานสูงสุด โดยขุมพลังของเครื่องปรับอากาศประเภท Inverter แบบ Mitsubishi Heavy Duty นั้น ประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญสี่ชิ้นส่วน


1.     แผงวงจรอัจฉริยะ PAM: Pulse Amplitude Modulation หรือแผงวงจร PAM เป็นแผงวงจรต้นทางที่คอยควบคุมความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์และมอเตอร์ให้สามารถปรับเปลี่ยนความถี่ในการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้พลังงาน


2.    คอมเพรสเซอร์กระแสตรง DC: คอมเพรสเซอร์กระแสตรง หรือ Direct Current Compressor เป็นคอมเพรสเซอร์ที่ Mitsubishi Heavy Duty เลือกใช้ ซึ่งมีคุณสมบัติปรับเปลี่ยนความเร็วรอบในการทำงานให้สัมพันธ์กับอุณหภูมิภายในห้องได้อย่างแม่นยำ ลดการใช้พลังงานสิ้นเปลืองและทำให้เกิดการประหยัดพลังงานมากขึ้น


3.    วาล์วอิเล็กทรอนิกส์ EEV: ชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือ Electronic Expansion Valve ที่จะคอยควบคุมอัตราการไหลของสารทำความเย็นเพื่อให้วงจรปล่อยสารทำความเย็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด


4.    มอเตอร์กระแสตรง: Direct Current Motor คอยควบคุมความเร็วและเปลี่ยนแปลงความเร็วรอบได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


 เมื่อทั้งสี่ชิ้นส่วนมาอยู่พร้อมหน้ากันในระบบ Real Inverter แล้ว คงไม่ต้องพูดถึงความทรงพลังของเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty อีกแล้ว ในขณะเดียวกันด้วยคุณสมบัติของชิ้นส่วนทั้งสี่ทำให้เกิดการประหยัดไฟได้มากกว่า

 



ทนแบบ Heavy Duty ต้องรับประกันทุกชิ้นส่วน 5 ปี


      เพราะชื่อ Heavy Duty ไม่ได้มีไว้เล่นๆ พร้อมทดสอบความคงทนให้กับทุกระดับที่พักอาศัย ด้วยการรับประกัน 5 ปีทุกชิ้นส่วนทั้งยูนิตภายในและภายนอก เครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty ครบครันทุกฟังก์ชั่นเย็นเร็ว ทนทาน ประหยัดไฟ


ค้นหา

เมนูหลัก

X
ไทย  |  ENG