เคล็ดลับสำหรับผู้บริโภค 9 ต.ค. 69
ซ่อมแอร์

หากบ้านของคุณถูกน้ำท่วม หลังจากที่ระดับน้ำลดจนกลับสู่สภาพปกติแล้ว สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านควรทำ ไม่ใช่การเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศทันที แต่เป็นการเรียกผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ และดำเนินการซ่อมแอร์ เพื่อให้แอร์กลับมาทำงานได้ตามปกติ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสมาชิกในบ้าน

โดยในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะมาแนะนำ 8 จุดระบบไฟและเครื่องหลังน้ำท่วม ที่ผู้เชี่ยวชาญจะทำการซ่อมแอร์ หลังจากพบสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในตัวเครื่อง พร้อมกับแนะนำสิ่งที่ควรลงมือทำ เพื่อให้บ้านของคุณปลอดภัย ไร้ปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร

มัดรวม จุดที่ควรตรวจสอบ หลังบ้านน้ำลดจากน้ำท่วม

หลังจากที่น้ำลดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในบ้านมักจะเต็มไปด้วยความชื้น คราบโคลน และความเสียหายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเสียหายได้

ดังนั้น ลองตรวจสอบจุดสำคัญภายในบ้านให้เรียบร้อยก่อน เพื่อประเมินความเสียหาย และวางแผนทำความสะอาด หรือซ่อมแซมต่อไป โดยจุดที่ควรดำเนินการตรวจสอบ มีดังนี้

  • พื้นและผนัง 

อันดับแรกที่ควรทำ คือ การตรวจสอบพื้นและผนังบริเวณที่เคยถูกน้ำท่วม ว่ามีรอยแตกร้าว สีลอก คราบน้ำ หรือความชื้นสะสมหรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณผนังด้านล่าง และมุมห้องที่อาจแห้งช้ากว่าจุดอื่น หากพบวัสดุบวม เสียรูป หรือมีเชื้อราขึ้น ควรถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ เก็บไว้เรียบร้อย แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาซ่อมแซมทันที

  • ระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้า เป็นจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะน้ำอาจเข้าไปถึงปลั๊กไฟ สวิตช์ ตู้ไฟ หรือสายไฟภายในบ้าน ดังนั้น ไม่ควรเปิดเบรกเกอร์ หรือทดลองใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยตัวเอง หากระบบไฟในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกน้ำท่วม โดยจะต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาตรวจสอบระบบไฟฟ้าก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่ว และไฟฟ้าลัดวงจร

  • เครื่องปรับอากาศ

อีกหนึ่งจุดที่ควรตรวจสอบ คือ เครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะคอยล์ร้อนที่อาจสัมผัสกับน้ำ โคลน และตะกอน รวมถึงตรวจดูสายไฟ จุดต่อไฟ และชิ้นส่วนต่าง ๆ ทั้งนี้ ควรให้ช่างเข้าตรวจสอบระบบ และประเมินความเสียหายให้เรียบร้อย ก่อนตัดสินใจเปิดใช้งานอีกครั้ง

สิ่งที่ควรทำ! ก่อนเปิดแอร์หลังน้ำท่วม เพิ่มความปลอดภัยในครัวเรือน

แม้เครื่องปรับอากาศจะดูใช้งานได้ตามปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าภายในเครื่อง จะอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานทันที โดยเฉพาะส่วนของระบบไฟฟ้า แผงวงจร และชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่อาจได้รับความชื้น หรือตะกอนจากน้ำท่วม 

หากเปิดเครื่องโดยไม่ตรวจสอบก่อน อาจทำให้เกิดความผิดปกติ หรือความเสียหายตามมาได้ ซึ่ง Mitsubishi Heavy Duty ได้รวบรวมสิ่งที่ควรทำ ก่อนเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศมาไว้ให้แล้ว ดังนี้

  • ห้ามลองเปิดเครื่องด้วยตัวเอง

หากแอร์เคยถูกน้ำท่วม ไม่ควรทดลองเปิดเครื่องด้วยตัวเอง แม้น้ำจะลดลง รวมถึงไม่มีน้ำขังบริเวณคอยล์ร้อน และคอยล์เย็นแล้วก็ตาม เพราะความชื้นหรือน้ำที่ตกค้างภายในตัวเครื่อง อาจส่งผลต่อสายไฟ แผงวงจร และชิ้นส่วนต่าง ๆ ดังนั้น การเปิดเครื่องทันทีหลังจากที่น้ำแห้ง อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือสร้างความเสียหายให้กับเครื่องมากขึ้น

  • นัดช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ

หลังจากที่น้ำลด ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบสภาพเครื่อง และซ่อมแอร์ส่วนที่เสียหาย ก่อนนำกลับมาใช้งาน โดยตรวจดูทั้งคอยล์ร้อน คอยล์เย็น สายไฟ จุดต่อไฟ แผงวงจร คอมเพรสเซอร์ และชิ้นส่วนที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 

นอกจากนี้ จะต้องตรวจสอบคราบโคลน ตะกอน ความชื้น และร่องรอยการกัดกร่อนที่อาจหลงเหลืออยู่ภายในเครื่อง เพื่อประเมินว่ามีส่วนไหนต้องทำความสะอาด ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนใหม่หรือไม่

  • เริ่มใช้งานหลังตรวจเช็กอย่างละเอียด

เมื่อช่างตรวจสอบระบบ และยืนยันว่าเครื่องปรับอากาศอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานแล้ว ให้เริ่มกลับมาใช้งานเครื่องปรับอากาศได้ทันที ทั้งนี้ อย่าลืมสังเกตการทำงานของเครื่องเพิ่มเติม เช่น เสียงที่ผิดปกติ กลิ่นไหม้ และระบบการทำความเย็น หากพบอาการผิดปกติ ควรหยุดใช้งาน และแจ้งช่างเข้าตรวจสอบอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาแอร์ติดผนัง ที่ทำความเย็นได้เร็ว และฟังก์ชันใช้งานครบครัน มาใช้งานแทนแอร์เครื่องเก่าที่เสียหาย จนไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกต่อไป อย่าลืมนึกถึง Mitsubishi Heavy Duty เพราะเรามีแอร์ให้คุณเลือกหลายแบบ มาพร้อมกับทีมงานที่พร้อมให้บริการหลังการขาย และระยะเวลารับประกันที่ยาวนาน

8 จุดระบบไฟและเครื่องหลังน้ำท่วม จาก Mitsubishi Heavy Duty

สำหรับผู้ที่ใช้งานเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty และได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม เราก็มีทีมช่างที่พร้อมเข้าไปตรวจสอบจุดสำคัญของระบบ เพื่อให้แอร์กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็น

  1. ตรวจสอบสภาพเครื่องโดยรอบ: ทีมงานจะเข้ามาตรวจรอยน้ำ คราบโคลน ความชื้น และความเสียหายที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

  2. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า: ตรวจสายไฟ จุดต่อ และอุปกรณ์ไฟฟ้าว่ามีความเสียหายหรือไม่

  3. ตรวจสอบแผงวงจร (PCB): เป็นการตรวจสอบความชื้น คราบตะกอน และความเสียหายของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้แน่ใจว่าแอร์สามารถใช้งานได้

  4. ตรวจสอบคอมเพรสเซอร์: ผู้เชี่ยวชาญของ Mitsubishi Heavy Duty จะเข้ามาตรวจสภาพ และความผิดปกติของคอมเพรสเซอร์

  5. ตรวจสอบมอเตอร์พัดลม: ทั้งคอยล์เย็นและคอยล์ร้อน โดยจะตรวจสอบทั้งความชื้น สิ่งสกปรก และการทำงานที่ผิดปกติ

  6. ตรวจสอบคอยล์เย็นและคอยล์ร้อน: เป็นการตรวจสอบคราบโคลน ตะกอน สิ่งอุดตัน และสภาพแผงแลกเปลี่ยนความร้อน

  7. ตรวจสอบระบบน้ำทิ้ง: เพื่อตรวจสอบถาดน้ำทิ้ง ท่อระบายน้ำ และการอุดตันจากโคลน หรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่มากับน้ำ

  8. ทดสอบการทำงาน: เพื่อตรวจการทำงานโดยรวม ตั้งแต่เสียง การสั่น ลมเย็น และการแสดงผล Error Code หรือรหัสไฟกระพริบ

หากต้องการให้ช่างจาก Mitsubishi Heavy Duty เข้ามาเช็กแอร์ ต้องทำอย่างไร?

สำหรับใครต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจ และดำเนินการซ่อมแซมเครื่องปรับอากาศ สามารถติดต่อได้ 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ Line OA @mitsuheavydutyth และ Mahajak Service Center 1516 พร้อมกับเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับได้สะดวก และดำเนินการแก้ปัญหาได้รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น

  • ชื่อ-นามสกุล

  • เบอร์ติดต่อกลับ

  • ที่อยู่สำหรับเข้าให้บริการ

  • หมายเลขเครื่อง Serial NO. Indoor Unit หรือ Outdoor Unit (โดยสามารถตรวจสอบได้บนบัตรรับประกัน)

  • ลักษณะอาการขัดข้องหรือรหัสไฟกระพริบ

กรณีมีรหัสไฟกระพริบ สามารถบันทึกวิดีโอความยาวประมาณ 1 นาที เพื่อให้ศูนย์บริการตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม จะไม่เข้าเงื่อนไขการเคลมอะไหล่ และซ่อมแซมได้ฟรี แต่ก็สามารถขอรับบริการตรวจเช็ก และซ่อมแซมได้ โดยเสียเฉพาะค่าบริการตามจริง (ในกรณีที่ยังอยู่ในช่วงระยะเวลารับประกัน)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซ่อมแอร์ หลังเหตุการณ์น้ำท่วม

  • ช่างซ่อมแอร์จะตรวจสอบจุดไหนบ้าง หลังเครื่องถูกน้ำท่วม?

โดยปกติแล้ว ช่างจะตรวจสอบ 8 จุดสำคัญ ได้แก่ สภาพเครื่องโดยรอบ ระบบไฟฟ้า แผงวงจร (PCB) คอมเพรสเซอร์ มอเตอร์พัดลม คอยล์เย็นและคอยล์ร้อน ระบบน้ำทิ้ง และการทำงานของเครื่องโดยรวม

  • ทำไมต้องตรวจสอบระบบแอร์หลังน้ำท่วม?

เพราะน้ำและความชื้น อาจส่งผลต่อสายไฟ จุดต่อไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในเครื่อง หากเปิดใช้งานโดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ อาจทำให้เกิดความผิดปกติของระบบ หรือไฟฟ้าลัดวงจรได้

  • หากคอยล์ร้อนไม่มีน้ำขังแล้ว ต้องตรวจสอบก่อนใช้งานไหม?

แม้จะไม่มีน้ำขังแล้ว แต่ก็ควรตรวจสอบก่อนใช้งาน เพราะภายในเครื่องอาจยังมีความชื้น คราบโคลน หรือตะกอนตกค้าง รวมถึงชิ้นส่วนบางจุดอาจได้รับความเสียหาย

สรุป การซ่อมแอร์หลังน้ำท่วม ต้องทำอย่างไรบ้าง

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า หลังน้ำท่วม ไม่ควรรีบเปิดเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเอง แต่จะต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาตรวจสอบ และประเมินความเสียหายก่อน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า แผงวงจร คอมเพรสเซอร์ มอเตอร์พัดลม คอยล์เย็น คอยล์ร้อน และระบบน้ำทิ้ง เพื่อดูว่ามีความชื้น คราบโคลน ตะกอน หรือชิ้นส่วนใดได้รับความเสียหายจนต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่หรือไม่

ซึ่งทาง Mitsubishi Heavy Duty ได้มีบริการตรวจเช็กแอร์หลังน้ำท่วม พร้อมทดสอบการทำงาน ก่อนนำเครื่องกลับมาใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผิดปกติของระบบ หากแอร์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สามารถติดต่อทีมช่าง เพื่อเข้าตรวจสอบ และดำเนินการซ่อมแอร์ได้ตามอาการและสภาพของเครื่อง

ทั้งนี้ ในกรณีที่เครื่องปรับอากาศที่ใช้อยู่พังเสียหาย จนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ก็สามารถเข้ามาดูสินค้าของ Mitsubishi Heavy Duty และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

 

Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand

Website: www.mitsuheavythai.com

Line: @mitsuheavydutyTH

Lazada: Mitsubishi Heavy Duty

เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศ
ล่าสุด

icon-yellow