เคล็ดลับสำหรับผู้บริโภค 5 ต.ค. 69
สัญลักษณ์ โหมดแอร์

เครื่องปรับอากาศสมัยใหม่ มาพร้อมกับโหมด และสัญลักษณ์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งแต่ละโหมดก็มีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังนั้น การทำความคุ้นเคยกับสัญลักษณ์บนรีโมตแอร์ จะช่วยให้ผู้ใช้งาน สามารถปรับความเย็นได้ตามความต้องการมากขึ้น

สำหรับใครที่ยังสงสัย ว่าไอคอนบนรีโมตแอร์ควรใช้งานแบบไหนบ้าง ในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะมาแนะนำสัญลักษณ์โหมดแอร์ของเครื่องปรับอากาศทั่วไป พร้อมกับอธิบายว่าแต่ละโหมด เหมาะกับการใช้ในสถานการณ์แบบใดบ้าง เพื่อให้ใช้แอร์ได้คุ้มค่า และไม่กินไฟเกินความจำเป็น

มัดรวม 4 สัญลักษณ์โหมดแอร์ ที่ต้องรู้ก่อนเริ่มใช้งาน

หากลองสังเกตรีโมตแอร์ จะเห็นได้ว่าสัญลักษณ์เครื่องปรับอากาศแต่ละโหมด ได้รับการออกแบบมาสอดคล้องกับสภาพอากาศ และวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป โดยปุ่ม MODE บนรีโมตแอร์ส่วนใหญ่ จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 โหมด ดังนี้

  • Cool Mode สัญลักษณ์รูปเกล็ดหิมะ

มาที่สัญลักษณ์แรกกับ Cool Mode หรือโหมดทำความเย็นมาตรฐาน ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปเกล็ดหิมะ ถือเป็นโหมดที่หลายคนใช้งานบ่อยที่สุด เพราะจะเป็นการทำงาน เพื่อลดอุณหภูมิห้องให้เท่ากับค่าที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิไว้ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เย็นสบาย และประหยัดไฟตลอดการใช้งาน

  • Dry Mode สัญลักษณ์รูปหยดน้ำ

Dry Mode หรือโหมดลดความชื้น จะมีสัญลักษณ์เป็นรูปหยดน้ำ เหมาะกับการใช้งาน เพื่อรีดความชื้นออกจากอากาศ โดยให้คอมเพรสเซอร์ และพัดลมทำงานช้าลง ส่งผลให้ห้องเย็นลงเล็กน้อย ความชื้นลดลง และอากาศในห้องสบายขึ้น เหมาะกับช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสะสมในห้องเป็นจำนวนมาก การใช้โหมด Dry ก็จะช่วยให้สบายตัวมากขึ้น

  • Fan Mode สัญลักษณ์รูปพัดลม

Fan Mode จะมีสัญลักษณ์เป็นรูปพัดลม โดยโหมดนี้ทำงานเฉพาะพัดลม และไม่มีการทำความเย็น ทำให้อากาศในห้องถ่ายเท และหมุนเวียนได้สะดวก ทั้งยังช่วยระบายกลิ่นอับ และสามารถใช้แทนพัดลมตั้งพื้นได้อีกด้วย เพราะกินไฟน้อยมาก

  • Auto Mode สัญลักษณ์รูปตัว A

สำหรับ Auto Mode หรือโหมดอัตโนมัติ จะมีสัญลักษณ์บนรีโมตแอร์เป็นรูปตัว A หรือคำว่า AUTO ซึ่งการใช้งานในโหมดนี้ แอร์จะวัดอุณหภูมิของห้องแล้วเลือกโหมด Cool, Dry และ Fan พร้อมกับปรับความเร็วพัดลมเอง โดยที่ไม่ต้องสั่ง เหมาะกับการรักษาระดับอุณหภูมิให้เย็นสบายในห้อง โดยที่เครื่องปรับอากาศจะไม่ทำความเย็นหรือลดความชื้นมากจนเกินไป

แนะนำ โหมดเสริมที่พบบ่อย ในเครื่องปรับอากาศ

นอกเหนือจากโหมดหลักทั้ง 4 โหมดแล้ว บนรีโมตแอร์ส่วนใหญ่มักจะมีโหมดเสริมติดมาด้วย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับ และเลือกโหมดได้ตามความต้องการ ซึ่งฟังก์ชันเสริมที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • Sleep Mode สัญลักษณ์รูปพระจันทร์เสี้ยว

Sleep Mode เป็นโหมดที่เหมาะกับการใช้ในเวลานอน โดยเครื่องปรับอากาศจะทำการลดระดับอุณหภูมิจากที่ตั้งไว้ลงก่อน 1 องศาใน 1 ชั่วโมงแรกเพื่อเราหลับง่ายขึ้น จากนั้นจะทำการเพิ่มระดับอุณหภูมิขึ้นสูงสุด 2 องศาภายระยะเวลา 2 ชั่วโมง 

โดยจะรักษาระดับความเย็นที่ระดับนั้นไว้ตลอดทั้งคืน เพื่อให้สอดคล้องกับอุณหภูมิร่างกายที่ลดลงระหว่างนอน ทำให้นอนหลับสบายมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยลง และเครื่องปรับอากาศจะปิดการทำงานโดยอัตโนมัติตามที่ตั้งค่าไว้ ทำให้เกิดการประหยัดไฟมากขึ้น

  • Eco Mode สัญลักษณ์รูปใบไม้

Eco Mode หรือโหมดประหยัดพลังงาน หากกดใช้งานในโหมดนี้ แอร์จะจำกัดการดึงกระแสไฟฟ้า และลดรอบคอมเพรสเซอร์ ทำให้ประหยัดการใช้พลังงานมากกว่าเดิม แต่จะทำความเย็นได้ช้ากว่าโหมดอื่น

  • Swing Mode สัญลักษณ์รูปลูกศรขึ้นลง

สำหรับ Swing Mode เมื่อกดไปแล้วลมที่บานสวิงของแอร์จะขยับขึ้น-ลง (Vertical Swing) ทำให้ลมเย็นกระจายทั่วห้องได้ดี ไม่กระจุกอยู่จุดเดียว เหมาะกับคนที่อยากให้อากาศในห้องเย็นสบาย 

สำหรับเครื่องปรับอากาศหลายรุ่น สามารถปรับบานสวิงได้ 4 ทิศทาง คือขึ้น-ลงและซ้าย-ขวา และยังรองรับโหมด 3D Auto หรือการกระจายลมอัตโนมัติ ทำให้เครื่องปรับอากาศสามารถกระจายลมเย็นได้ทั่วถึงทุกมุมห้อง

  • Timer สัญลักษณ์รูปนาฬิกา

ในส่วนของโหมด Timer จะเป็นการตั้งเวลาเปิด และปิดอัตโนมัติ ส่วนใหญ่ตั้งได้ทั้ง Timer ON และ Timer OFF เหมาะกับการตั้งให้ปิดในตอนเช้า หรือเปิดล่วงหน้าก่อนกลับเข้าบ้าน 

ทั้งนี้ เครื่องปรับอากาศบางรุ่น สามารถตั้งเวลาได้มากสูงสุดถึง 28 โปรแกรมต่อสัปดาห์ (Weekly Timer) สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการตั้งเวลาเปิด-ปิดแต่ละวันไม่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศที่ให้ความเย็นสม่ำเสมอ ประหยัดพลังงาน และมีรีโมตที่ใช้งานง่าย อย่าลืมนึกถึง Mitsubishi Heavy Duty เพราะเครื่องปรับอากาศของเรา เหมาะกับการใช้งานทั้งในบ้าน และอาคารขนาดใหญ่ พร้อมบริการหลังการขายที่ครอบคลุม มั่นใจได้ว่าหากติดตั้งแล้ว จะได้รับการดูแลที่ดีอย่างแน่นอน

ไขคำตอบ! เลือกโหมดแอร์อย่างไร ให้เย็นสบายทุกการใช้งาน

การเปิดแอร์ให้เย็นสบาย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปรับอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกโหมดแอร์ให้เหมาะกับสภาพอากาศ และช่วงเวลา เพราะแต่ละโหมดมีรูปแบบการทำงาน และจุดเด่นแตกต่างกัน 

โดย Mitsubishi Heavy Duty ได้รวบรวมวิธีการเลือกใช้โหมดแอร์ ให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ มาไว้ให้แล้ว ดังนี้

  • อากาศร้อนจัด

ในวันที่อากาศร้อนจัด หรือมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 33 - 34 องศาเซลเซียส แนะนำให้ตั้งเป็น Cool Mode พร้อมกับปรับอุณหภูมิไว้ที่ 25 - 26 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เย็นสบาย และไม่กินไฟจนเกินไป หรือตั้งอุณหภูมิเป็น 27 องศาเซลเซียส แล้วเปิดร่วมกับพัดลม เพื่อให้ห้องเย็นเร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลดอุณหภูมิ

  • ความชื้นในห้องสูง

หากต้องการใช้เครื่องปรับอากาศ ในวันที่ฝนตก และมีอากาศชื้นสูง จนรู้สึกเหนียวตัว แนะนำให้ใช้ Dry Mode เพื่อรีดความชื้นออกจากห้อง ทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้งานในห้องรู้สึกสบายตัว และเย็นสบาย แม้จะยังไม่ได้เปิดแอร์ในโหมด Cool หรืออาจใช้งาน Auto Mode ให้แอร์ปรับการทำงานทั้งทำความเย็นและลดความชื้นร่วมกันโดยอัตโนมัติก็ได้

  • อากาศเย็นสบาย

สำหรับช่วงเวลาที่อากาศเย็นสบาย หรือหลังจากฝนตก ควรปรับแอร์เป็นโหมด Fan Mode เพื่อประหยัดไฟจากการเปิดเครื่องปรับอากาศ แต่ก็ยังทำความเย็นในห้องได้ดี ทั้งนี้ หากต้องการให้อากาศในห้องปลอดโปร่ง ก็สามารถเปิดหน้าต่างควบคู่ไปด้วย

  • ตอนกลางคืนขณะนอนหลับ

ก่อนเข้านอนแนะนำให้กดไปที่ Cool Mode แล้วตั้งอุณหภูมิประมาณ 25 - 26 องศาเซลเซียส แล้วกด Sleep Mode เพิ่ม โดยแอร์จะค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิขึ้นอัตโนมัติให้สอดคล้องกับร่างกาย เพื่อลดโอกาสตื่นกลางดึก ทั้งยังช่วยลดภาระคอมเพรสเซอร์ในช่วงดึก

  • ปรับแอร์ไม่ถูก แต่ต้องการให้ห้องเย็น

สำหรับใครที่ต้องการให้ห้องเย็นตลอดเวลา แต่ไม่แน่ใจว่าควรปรับแอร์แบบไหนดี แนะนำให้ปรับเป็น Cool Mode เพราะเครื่องปรับอากาศจะเน้นการทำความเย็นตามที่เราตั้งค่าไว้บนรีโมตคอนโทรลโดยเฉพาะ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญลักษณ์โหมดแอร์

  • เปิดแอร์โหมดไหนประหยัดไฟที่สุด?

โหมดแอร์ที่เหมาะกับการประหยัดไฟ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการใช้งาน หากต้องการทำความเย็นสามารถเลือกใช้ Eco Mode เพื่อควบคุมการทำงานของเครื่องให้เหมาะสม ส่วนวันที่อากาศไม่ร้อน และไม่จำเป็นต้องทำความเย็น Fan Mode จะใช้เฉพาะพัดลมในการหมุนเวียนอากาศ จึงใช้พลังงานน้อยกว่า

  • แอร์ Cool Mode กับ Dry Mode ต่างกันอย่างไร?

Cool Mode เน้นลดอุณหภูมิภายในห้อง ให้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิที่ตั้งไว้ เหมาะกับวันที่อากาศร้อน ส่วน Dry Mode เน้นลดความชื้นในอากาศ เหมาะกับช่วงฝนตก หรือวันที่อากาศชื้น

  • สัญลักษณ์โหมดแอร์แต่ละยี่ห้อ แตกต่างกันไหม?

สัญลักษณ์โหมดแอร์ อาจแตกต่างกันตามยี่ห้อและรุ่น แม้สัญลักษณ์ที่พบได้ทั่วไป เช่น รูปเกล็ดหิมะสำหรับ Cool Mode รูปหยดน้ำสำหรับ Dry Mode และรูปพัดลมสำหรับ Fan Mode จะมีลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ฟังก์ชันเสริม และวิธีตั้งค่าอาจไม่เหมือนกัน ดังนั้น อย่าลืมตรวจสอบคู่มือของเครื่องปรับอากาศรุ่นที่ใช้งานเพิ่มเติม

สรุป สัญลักษณ์โหมดแอร์ที่พบได้บ่อยบนรีโมต มีอะไรบ้าง

สัญลักษณ์โหมดแอร์แต่ละแบบมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนั้น การทำความเข้าใจสัญลักษณ์บนรีโมต และเลือกโหมดแอร์ให้เหมาะกับสถานการณ์ จะช่วยให้ใช้งานเครื่องปรับอากาศได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น ทั้งในวันที่อากาศร้อน ช่วงที่มีความชื้นสูง หรือขณะนอนหลับ 

อย่างไรก็ตาม สัญลักษณ์และรูปแบบการทำงานของแต่ละโหมด อาจแตกต่างกันตามรุ่นของเครื่องปรับอากาศ อย่าลืมตรวจสอบคู่มือประกอบการใช้งาน เพื่อให้สามารถตั้งค่า และใช้งานแต่ละฟังก์ชันได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศ ที่ให้ความเย็นสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน และมาพร้อมกับฟีเจอร์ให้เลือกมากมาย ครอบคลุมกับการใช้งานหลายรูปแบบ Mitsubishi Heavy Duty ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ พร้อมบริการหลังการขาย ที่ดูแลครบตั้งแต่งานติดตั้ง ล้างแอร์ ไปจนถึงซ่อมบำรุงโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ หากสนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติม หรือเลือกดูสินค้าได้ที่

 

Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand

Website: www.mitsuheavythai.com

Line: @mitsuheavydutyTH

Lazada: Mitsubishi Heavy Duty

เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศ
ล่าสุด

icon-yellow