เคล็ดลับสำหรับผู้บริโภค
7 ส.ค. 69
แม้ว่าการเลี้ยงสัตว์ จะช่วยลดความเครียด และสร้างความสุขให้กับสมาชิกในบ้าน แต่ก็มาพร้อมกับเรื่องที่เจ้าของบ้านต้องใส่ใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ขนสัตว์ ฝุ่นละออง และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ดังนั้น การเลือกแอร์บ้าน ให้เข้ากับการใช้ชีวิตของคน และสัตว์เลี้ยง ควรเลือกแอร์ที่ช่วยรักษาคุณภาพอากาศ และดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้ล้มป่วย
ในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะพาคุณไปดูวิธีเลือกเครื่องปรับอากาศ สำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์ พร้อมแนะนำวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ เพื่อลดปริมาณฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ รวมถึงดูแลสุขภาพของทุกคนในครอบครัว และสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก
รู้หรือไม่? ร่างกายของสุนัขและแมว ไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเหมือนกับมนุษย์ ความร้อนที่เพิ่มมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ทำให้ระบบหายใจล้มเหลวในที่สุด
ดังนั้น การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในห้องแอร์ จะช่วยป้องกันอาการฮีทสโตรก (Heat Stroke) ได้ดี โดยเฉพาะสัตว์ที่ขนยาว หรือมีขนสองชั้น รวมถึงสัตว์สูงอายุ พร้อมกับจัดพื้นที่ให้มีอากาศถ่ายเท และไม่ร้อนอบอ้าว เพื่อให้น้อง ๆ ระบายความร้อนได้ดี และดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัย จากอากาศร้อนของประเทศไทย

การเลือกเครื่องปรับอากาศ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่คนรักสัตว์ควรให้ความสำคัญ เพราะสัตว์เลี้ยงมีความไวต่ออุณหภูมิ หากเลือกแอร์ได้เหมาะสม จะช่วยให้ทั้งเจ้าของ และสัตว์เลี้ยงรู้สึกสบาย รวมถึงลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการอยู่อาศัย โดยมีเทคนิคในการเลือก ดังนี้
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง มักมีขนสัตว์ และฝุ่นละอองสะสมอยู่ในอากาศ ดังนั้น ควรเลือกแอร์ที่มีระบบฟอกอากาศ หรือแผ่นกรองอากาศ เข้ามาดักจับฝุ่น ขนสัตว์ และเชื้อโรคขนาดเล็ก เพื่อให้อากาศภายในบ้านสะอาด และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้
ตัวอย่างเช่น แอร์ Mitsubishi Heavy Duty ที่มีแผ่นฟอกอากาศ ช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5, ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และแผ่นฟอกที่ช่วยดักจับ และต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งสามารถช่วยลดกลิ่นละอองให้ทั้งกับสัตว์ และผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่น 24 Hour ION ที่สร้างประจุลบทำให้อากาศในห้องบริสุทธิ์ รวมถึงฟังก์ชัน Self Clean Operation ที่ช่วยลดความชื้นในคอยล์เย็น ช่วยป้องกันกลิ่นอับ และแบคทีเรียสะสมที่เกิดจากการเปิดใช้งานแอร์เป็นระยะเวลานาน ๆ ได้อีกด้วย
การเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง จะช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และรักษาอุณหภูมิได้คงที่ โดยเฉพาะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ซึ่งมักมีการเปิด-ปิดประตูอยู่ตลอดเวลา หากเลือก BTU ต่ำเกินไป แอร์จะทำงานหนัก และทำความเย็นได้ไม่ทั่วถึง
ความชื้นภายในบ้าน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นอับ เชื้อรา และแบคทีเรีย รวมถึงมีกลิ่นสัตว์เลี้ยงสะสม การเลือกแอร์ที่มีโหมดลดความชื้น (Dry Mode) จะช่วยรักษาสมดุลของอากาศภายในห้อง ทำให้บ้านไม่มีกลิ่นเหม็นอับ ช่วยให้สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ได้อย่างสบายมากขึ้น
แมวและสุนัข มีประสาทการได้ยินที่ไวกว่ามนุษย์ หากแอร์มีเสียงดังขณะทำงาน อาจทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกเครียด หรือพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีระดับเสียงต่ำ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบ
อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาแอร์บ้าน ที่ทำความเย็นได้เร็ว ทนทาน ดีไซน์สวย และประหยัดพลังงาน Mitsubishi Heavy Duty เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแอร์ของเรามาพร้อมกับเทคโนโลยี Jet Flow ที่ช่วยให้กระจายความเย็นได้เร็ว และทั่วถึงแม้ในมุมอับ เหมาะกับการใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์อย่างแท้จริง

สำหรับใครที่ต้องเปิดแอร์ให้สุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ อาจรู้สึกว่าค่าไฟในแต่ละเดือนสูงเกินความจำเป็น แต่ก็อยากดูแลให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดี Mitsubishi Heavy Duty ได้เตรียมวิธีประหยัดค่าไฟมาฝากทุกคนกันแล้ว ดังนี้
หากใครที่ใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงในห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน แนะนำให้เปิดแอร์ในอุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส เพราะเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมของสุนัข และแมว ซึ่งเป็นการดูแลไม่ให้สัตว์เลี้ยงป่วย จากการใช้ชีวิตอยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำเกินไป ทั้งยังช่วยประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนได้อีกด้วย
ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องการเปิดพัดลมควบคู่กับแอร์ ไม่ควรใช้พัดลมไอน้ำ หรือพัดลมไอเย็น เพราะเป็นการเพิ่มความชื้นในห้อง ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักยิ่งกว่าเดิม
ในกรณีที่เจ้าของบ้าน จัดตารางเวลาชีวิตของตัวเอง และสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจน แนะนำให้คำนวณเบื้องต้นว่าปกติแล้ว เปิดเครื่องปรับอากาศกี่ชั่วโมง จากนั้นให้ตั้งเวลาปิดก่อนเวลาประมาณ 30 นาที เพื่อให้ความเย็นคงอยู่ในห้อง โดยไม่ต้องเปิดแอร์อีกต่อไป
การเปิดประตู และหน้าต่างก่อนเปิดแอร์ ช่วยระบายความร้อนที่สะสมอยู่ในห้องก่อน ทำให้อุณหภูมิห้องเย็นได้เร็วขึ้น และแอร์ไม่ทำงานหนักเกินไป ทั้งยังช่วยลดกลิ่นสัตว์ และกลิ่นอับในห้องได้อีกด้วย
การติดตั้งฉนวนกันความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้สูงสุดถึง 10 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับอุณหภูมิภายนอกบ้าน ทำให้อากาศในบ้านปลอดโปร่ง และเย็นสบายมากขึ้น ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานไม่หนักจนเกินไป
อีกหนึ่งสิ่งที่ควรทำ คือ การล้างแอร์ และทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ เพื่อให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และรักษาคุณภาพอากาศภายในบ้าน ทั้งยังเป็นการลดขนสัตว์ ฝุ่น และสิ่งสกปรกก็อาจสะสมอยู่ภายในเครื่อง
หากแอร์บ้านของคุณ มีอายุการใช้งานเกิน 10 ปี แนะนำให้เปลี่ยนเครื่องใหม่ เพราะระบบภายในของแอร์ เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ทำให้ต้องใช้พลังงานในการทำความเย็นมากกว่าปกติ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน พุ่งสูงตามไปด้วย
แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิประมาณ 27 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยง ทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน เมื่อเทียบกับการเปิดแอร์ที่อุณหภูมิต่ำมาก
บ้านที่เลี้ยงสุนัขหรือแมว ควรทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ และล้างแอร์ทุก 3 - 6 เดือน หรือเร็วกว่านั้น หากมีขนสัตว์ และฝุ่นสะสมมาก เพื่อให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ไม่จำเป็นในทุกกรณี แต่ในช่วงที่อากาศร้อนจัด การเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรก โดยเฉพาะในสัตว์เลี้ยงที่ขนยาว ขนสองชั้น หรือสัตว์สูงอายุ
การเลี้ยงสุนัขและแมว จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับอุณหภูมิภายในบ้านเป็นพิเศษ เพราะอากาศที่ร้อนจัด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฮีทสโตรกได้ ดังนั้น การเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพ ทั้งระบบฟอกอากาศ ระบบลดความชื้น และการทำงานที่เงียบ จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อทั้งสัตว์เลี้ยง และสมาชิกในครอบครัว
อย่างไรก็ตาม หากกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศ ที่ตอบโจทย์คนรักสัตว์เลี้ยง Mitsubishi Heavy Duty พร้อมดูแลทุกคนในครอบครัว ด้วยเทคโนโลยี Jet Flow ที่ช่วยกระจายลมเย็นได้อย่างทั่วถึง และฟอกอากาศได้ในตัว หากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเลือกชมผลิตภัณฑ์ได้ที่
Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand
Website: www.mitsuheavythai.com
Line: @mitsuheavydutyTH
Lazada: Mitsubishi Heavy Duty