เคล็ดลับสำหรับผู้บริโภค
6 ก.ค. 69
เครื่องปรับอากาศ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลายบ้านขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่อุณหภูมิสูงกว่าปกติ ซึ่งสิ่งที่ตามมา จากการเปิดแอร์ตลอดเวลา คือ ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้หลายครอบครัวต้องมองหาวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัด โดยไม่ต้องแลกกับความสบายในการอยู่อาศัย
ดังนั้น สำหรับใครที่อยากเปิดแอร์ได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ ในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะพาไปดูวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟได้จริง พร้อมเคล็ดลับดูแลบ้าน และเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้ห้องเย็นสบายตลอดทั้งวัน และลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว

หลายคนอาจคิดว่า การเปิดแอร์เป็นเวลานาน โดยไม่หยุดพัก เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าไฟพุ่งสูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น
หากกำลังวางแผนซื้อเครื่องปรับอากาศใหม่ ควรเลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เนื่องจาก เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ผ่านการรับรองด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ช่วยลดการใช้ไฟฟ้า ได้มากกว่าแอร์ทั่วไป โดยเฉพาะแอร์ระบบ Inverter ที่สามารถปรับรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ให้เหมาะสมกับอุณหภูมิภายในห้อง
โหมด Sleep และ Timer เป็นฟังก์ชันที่ช่วยลดการใช้พลังงานในช่วงเวลากลางคืน โดยระบบจะค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิ ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายขณะนอนหลับ และลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ลง ช่วยให้ห้องยังคงเย็นสบาย โดยไม่กระทบต่อคุณภาพการพักผ่อน
การเปิด และปิดแอร์บ่อยครั้ง เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟแพง เพราะคอมเพรสเซอร์ ต้องเริ่มทำงานใหม่อยู่เสมอ ซึ่งเป็นช่วงที่ใช้พลังงานมากที่สุด ส่งผลให้กินไฟ มากกว่าการเปิดแอร์ต่อเนื่อง
เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ มักมาพร้อมโหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode) ซึ่งช่วยควบคุมการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ให้เหมาะสมกับอุณหภูมิภายในห้อง และลดการใช้พลังงาน โดยไม่ทำให้ความเย็นลดลงมากจนเกินไป
การตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ล่วงหน้า เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดค่าไฟ ที่หลายคนนิยมทำ โดยเฉพาะในช่วงใกล้ตื่นนอน ประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือช่วงเวลาที่หลับไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง เพราะจะช่วยลดการใช้พลังงาน และลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้ดี
แสงแดด และความร้อน จากภายนอก เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น ดังนั้น การปิดม่าน หรือมู่ลี่ในช่วงกลางวัน จะช่วยลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้อุณหภูมิภายในห้องเย็นลง
การปิดแอร์เมื่อไม่มีผู้ใช้งานจึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดค่าไฟได้ดี ดังนั้น หากจำเป็นต้องออกจากห้องเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ควรปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้ง เพราะแม้แอร์จะอยู่ในโหมดรักษาอุณหภูมิ แต่ยังคงมีการทำงานของระบบอยู่ตลอดเวลา
การล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้แผ่นกรองอากาศ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังลดการสะสมของฝุ่น และสิ่งสกปรก ที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายความร้อน ดังนั้น หากสังเกตว่าค่าไฟพุ่งสูงขึ้น และไม่ได้ล้างแอร์นาน แนะนำให้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญ ให้เข้ามาทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศในทันที
อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศ ที่มีความทนทาน ทำความเย็นได้เร็ว และประหยัดไฟ Mitsubishi Heavy Duty ก็มีแอร์ให้คุณเลือกหลากหลาย ครอบคลุมทุกการใช้งาน พร้อมเทคโนโลยีกระจายลมเย็นทั่วถึง พร้อมบริการหลังการขาย โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ดูแลครบทั้งติดตั้ง ล้าง และซ่อมบำรุง

รู้หรือไม่? การเลือกใช้แอร์ที่ไม่เหมาะสม หรือขาดการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้แอร์กินไฟมากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าไฟสูงขึ้น โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ลองมาทำความเข้าใจไปพร้อมกันว่า เครื่องปรับอากาศแบบไหนบ้าง ที่มีการใช้พลังงานมากกว่าปกติ ดังนี้
ประสิทธิภาพในการทำความเย็นของแอร์ ที่ใช้งานมานานแล้ว มักลดลงตามการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนภายใน ทำให้ต้องใช้พลังงานมากกว่าเดิม เพื่อการรักษาอุณหภูมิที่ต้องการ โดยเฉพาะแอร์รุ่นเก่า ที่ไม่มีเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน หรือระบบ Inverter
การเลือกแอร์ที่มีค่า BTU สูงเกินความจำเป็น เครื่องปรับอากาศจะตัดการทำงานบ่อย ทำให้อุณหภูมิภายในห้องไม่คงที่ และสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ หาก BTU ต่ำเกินไป แอร์จะต้องทำงานหนักตลอดเวลา เพื่อรักษาความเย็น ส่งผลให้กินไฟมากขึ้นเช่นกัน
ดังนั้น หากต้องการเปลี่ยนแอร์ใหม่ แนะนำให้คำนวณค่า BTU ตามขนาดห้อง หรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญให้แน่ใจ เพื่อเลือกแอร์ที่เหมาะสมกับขนาดของห้อง และประหยัดค่าไฟได้จริง
เมื่อแผ่นกรองอากาศ คอยล์เย็น หรือคอยล์ร้อนมีฝุ่นสะสม ระบบจะระบายความร้อนได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น เพื่อสร้างความเย็นในระดับเดิม ทำให้กินไฟมากกว่าแอร์ที่มีการล้างทำความสะอาดเป็นประจำ ทั้งยังลดอายุการใช้งานของเครื่องอีกด้วย
การเลือกใช้แอร์ ที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 รุ่นใหม่ หรือมีค่าประสิทธิภาพพลังงานสูง จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้า ได้มากกว่าแอร์ที่ไม่มีมาตรฐาน ด้านการประหยัดพลังงาน
ดังนั้น หากต้องการลดค่าไฟในระยะยาว ควรเลือกเครื่องปรับอากาศใช้เทคโนโลยี Inverter และมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อให้แอร์ที่เลือกมา ประหยัดพลังงานมากที่สุด
แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส หรือ 26-27 องศาเซลเซียสเพื่อรักษาอุณหภูมิของห้องให้เย็นสบาย และสามารถเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็นภายในห้อง เพื่อลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และประหยัดไฟได้ดี
โดยปกติแล้ว แอร์ที่ใช้งานมานานมักมีประสิทธิภาพลดลง จากการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ภายใน ทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้น ในการรักษาความเย็น ในขณะที่แอร์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะรุ่น Inverter และรุ่นที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ดีกว่า
มีผลโดยตรง หากเลือก BTU สูง หรือต่ำกว่าขนาดห้องมากเกินไป เพราะจะทำให้แอร์ทำงานไม่เต็มที่ และกินไฟมากกว่าปกติ ดังนั้น ควรเลือก BTU ให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน เพื่อให้แอร์เย็นเร็ว และประหยัดพลังงานมากขึ้น
เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัด? แม้เครื่องปรับอากาศ จะเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ใช้พลังงานค่อนข้างสูง แต่หากใช้งานอย่างถูกวิธี ก็สามารถช่วยลดค่าไฟได้จริง อีกทั้งการเลือกแอร์ที่มีเทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้ รวมถึงมีฟังก์ชันที่ช่วยให้แอร์ทำงานได้เร็ว และเสถียรตลอดเวลา ก็ยิ่งช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องปรับอากาศคุณภาพสูง Mitsubishi Heavy Duty พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ระบบกระจายลมเย็นทั่วถึง และความทนทาน ที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ ยังมีบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลทั้งงานติดตั้ง ล้าง และซ่อมบำรุง เพื่อให้คุณใช้งานแอร์ได้อย่างมั่นใจในระยะยาว หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อหาเราได้ที่
Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand
Website: www.mitsuheavythai.com
Line: @mitsuheavydutyTH
Lazada: Mitsubishi Heavy Duty