เคล็ดลับสำหรับผู้บริโภค 8 พ.ค. 69

เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้อากาศภายในห้องสะอาด ทั้งยังช่วยลดฝุ่น PM 2.5 และสารก่อภูมิแพ้ ทำให้คุณนอนหลับได้สบายตลอดทั้งคืน แต่หลายคนอาจมองข้ามการดูแลไส้กรอง หากใช้งานไปสักระยะ โดยไม่ได้ทำความสะอาด หรือเปลี่ยนตามระยะเวลา อาจทำให้ประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ลดลง

หากคุณต้องการให้ห้องนอนมีอากาศที่สะอาด และลดอาการภูมิแพ้ได้จริง ในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะพาทุกคนมารู้กันว่า ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ ทำไมถึงควรเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อากาศในห้องนอนดียิ่งขึ้น และช่วยให้เครื่องฟอกอากาศ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

เครื่องฟอกอากาศ คืออะไร ? ทำไมถึงควรมีติดไว้ในห้องนอน

เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยฟอกอากาศให้สะอาดยิ่งขึ้น โดยดูดอากาศเข้าเครื่องผ่านตัวกรอง เพื่อดักจับสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่นละออง เชื้อโรค เชื้อรา สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ 

ซึ่งจุดประสงค์หลักในการใช้งานเครื่องฟอกอากาศ คือ การควบคุมปริมาณการแพร่กระจายฝุ่นละออง ที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ และกระตุ้นให้ปอดทำงานหนัก เพื่อป้องกันอาการแพ้ หรือโรคหอบหืด เหมาะกับยุคสมัยใหม่ที่ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังช่วยดูแลปอดให้ทำงานได้ดี 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลายคนจะเข้าใจว่า การใช้เครื่องฟอกอากาศ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไส้กรอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อใช้งานไปสักระยะ ควรเปลี่ยนไส้กรอง เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศสามารถทำงานได้เต็มที่ และให้ห้องนอนคงอากาศบริสุทธิ์อยู่เสมอ

ทำความรู้จักเครื่องฟอกอากาศ Mitsubishi Heavy Duty รุ่น Mori Series 

เครื่องฟอกอากาศ เป็นอุปกรณ์ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพหลายประการ ดังนั้น ก่อนที่จะไปเปลี่ยนไส้กรอง ลองมาดูก่อนว่าไส้ของเครื่องฟอกอากาศมีทั้งหมดกี่แบบ เพราะไส้กรองแต่ละแบบ สามารถดักจับมลพิษคนละประเภท และมีอายุการใช้งานที่ไม่เท่ากัน โดยทั่วไปแล้วไส้เครื่องฟอกอากาศ สามารถแบ่งได้ 3 ชั้น ดังนี้ 

  • Pre-filter Layer

Pre-filter หรือแผ่นกรองอากาศชั้นต้น เป็นแผ่นกรองชั้นแรกที่อยู่นอกสุด ลักษณะเป็นตาข่ายถี่ ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองหยาบขนาดใหญ่ 1-10 ไมครอน เช่น เส้นผม ขนสัตว์ เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ ก่อนที่ฝุ่นจะเข้าไปในแผ่นกรองด้านใน โดยไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง เพียงแค่นำมาล้างน้ำ หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกทุก 2-4 สัปดาห์ เพื่อยืดอายุของไส้กรองชั้นอื่น ๆ

  • Activate Carbon Layer

Activate Carbon Layer หรือแผ่นกรองคาร์บอน สำหรับแผ่นกรองอากาศในชั้นนี้จะช่วยกำจัดสาร TOVC  (Total Volatile Organic Compounds) คือ กลุ่มสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศที่ระเหยเป็นไอได้ง่ายในอุณหภูมิปกติ ซึ่งมักพบในรูปแบบกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นสีทาบ้าน ควันบุหรี่ หรือ กลิ่นอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทำให้ระคายเคืองจมูก ตา และเกิดอาการเวียนหัวนั่นเอง

  • Bio HIFIL Layer

ชั้น Bio HIFIL Layer นี้จะช่วยกำจัดฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กอย่างฝุ่น PM2.5 หรืออนุภาคที่มีความละเอียดอื่น ๆ เช่น ไวรัส ซึ่งมีอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน โดยที่ความสามารถของ Bio HIFIL Layer  นี้มีความละเอียดที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กรูปแบบต่าง ๆ ได้ถึง 99% ภายใน 30 นาที

นอกจากนี้ เครื่องฟอกอากาศ Mori Series ยังมีความสามารถในการสร้าง Negative ION หรือการปล่อยประจุลบออกมาได้มากถึง 20 Million/cm3 Nanometers เพื่อดักจับฝุ่นละออง PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็กให้ตกลงพื้นเพื่อสร้างคุณภาพอากาศที่สดชื่น ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ฟังก์ชันนี้สามารถเลือกเปิดหรือปิดได้อย่างอิสระ

ไขคำตอบ ! ควรเปลี่ยนไส้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน บ่อยแค่ไหน?

การใช้เครื่องฟอกอากาศ จำเป็นต้องเปลี่ยนไส้กรองเป็นประจำ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 5 เดือน - 1 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่อง รวมถึงความถี่ในการใช้งาน และปริมาณฝุ่นในห้อง ซึ่งวิธีสังเกตสัญญาณสำคัญ ที่บ่งบอกว่าควรเปลี่ยนไส้กรอง มีดังนี้

  • สถานะไฟเตือนบนเครื่อง หรือในแอปพลิเคชัน แจ้งเตือนให้เปลี่ยนไส้กรอง

  • เครื่องเสียงดังขึ้นผิดปกติ หรือแรงลมอ่อนลง

  • มีกลิ่นอับ หรือกลิ่นควัน

  • ครบอายุการใช้งานตามที่ผู้ผลิตกำหนด

แต่หากเครื่องฟอกอากาศที่ใช้งานในห้องนอน สามารถตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ได้ในแอปพลิเคชัน ควรสอดส่องเป็นประจำ เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศของคุณสะอาด และทำงานได้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่กำลังมองเครื่องฟอกอากาศ มาใช้งานในห้องนอน เพื่อลดปริมาณฝุ่น และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ขอแนะนำ เครื่องฟอกอากาศ Mori Series จาก Mitsubishi Heavy Duty โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการฟอกอากาศ อนุภาคพิเศษขนาดเล็ก PM 2.5 ได้มากถึง 99% พร้อมโหมดการใช้งาน 3 แบบ คือ Auto Mode, Sleep Mode และ Manual Mode

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีการปล่อยประจุไอออนลบ (IONIZER) ทำให้อากาศบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา รวมถึงมีแผ่นฟอกอากาศเป็นแบบ 360 องศา และระบบเซนเซอร์วัดคุณภาพอากาศ และการแสดงผลในรูปแบบ Display LED เพื่อแบ่งการวัดระดับคุณภาพอากาศออกเป็น 3 ระดับ ทำให้สามารถรับรู้ได้ว่า ควรเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศแล้วหรือยัง

3 เหตุผลสำคัญ ที่ควรเปลี่ยนไส้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน

เมื่อทราบกันไปแล้วว่า ควรเปลี่ยนไส้ของเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนเมื่อไหร่ คราวนี้ลองมาดูข้อดีของการเปลี่ยนเครื่องฟอกอากาศกันบ้าง ว่ามีอะไรบ้างที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

  1. ลดการสะสมของฝุ่น

เนื่องจาก อากาศภายในห้อง จะถูกดูดผ่านระบบกรอง เพื่อดักจับฝุ่นละออง และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้มีฝุ่นสะสมอยู่ภายในไส้กรอง ดังนั้น การเปลี่ยนไส้ของเครื่องฟอกอากาศ ตามระยะเวลาการใช้งาน จะช่วยลดการสะสมของฝุ่น ทั้งยังช่วยให้ตัวเครื่องไม่ทำงานหนักจนเกินไป

  1. เพิ่มประสิทธิภาพในการกรองอากาศ

เมื่อใช้งานเครื่องฟอกอากาศไปเรื่อย ๆ พื้นที่ในการดักจับจะถูกฝุ่น และอนุภาคต่าง ๆ จะเริ่มเหลือน้อยลง ทำให้การไหลผ่านของอากาศไม่ดีเหมือนเดิม ซึ่งการเปลี่ยนไส้ หรือทำความสะอาดเป็นประจำ ก็มีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • เครื่องฟอกอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

  • คงคุณภาพการกรองฝุ่น รวมถึงการดักจับกลิ่น และมลภาวะต่าง ๆ

  • ลดภาระการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ

  • ยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์

  • ช่วยให้อากาศในห้องนอนสะอาดอยู่เสมอ

  1. ป้องกันไม่ให้เครื่องฟอกอากาศทำงานหนัก

ข้อดีของการทำความสะอาดแผ่นกรอง หรือเปลี่ยนไส้กรอง คือ การป้องกันไม่ให้เครื่องทำงานหนัก เพราะเมื่อแผ่นกรองอากาศเริ่มตัน อากาศจะไหลผ่านได้ยากขึ้น ทำให้มอเตอร์ภายในต้องทำงานหนักขึ้น และประสิทธิภาพในการหมุนเวียนอากาศลดลง

FAQ คำถามที่เกี่ยวข้อง

  • หากไม่เปลี่ยนไส้กรองเครื่องฟอกอากาศ จะเกิดอะไรขึ้น?

ในกรณีที่ไม่ได้เปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่กำหนด ฝุ่นและสิ่งสกปรกจะสะสมจนแผ่นกรองอุดตัน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการกรองอากาศลดลง เครื่องทำงานหนักขึ้น รวมถึงมีกลิ่นอับสะสมภายในห้องนอน

  • ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ควรเปลี่ยนทุกกี่เดือน?

โดยทั่วไปไส้กรองเครื่องฟอกอากาศ ควรเปลี่ยนทุก 5 เดือน - 1 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของไส้กรอง รุ่นของเครื่อง ความถี่ในการใช้งาน และปริมาณฝุ่นภายในห้องนอน หากเปิดใช้งานทุกคืน หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ อาจต้องเปลี่ยนเร็วกว่าปกติ

ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องฟอกอากาศที่ซื้อมา มีประสิทธิภาพ และลดปริมาณฝุ่นสะสมได้จริง ควรเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีคุณภาพ โดย Mitsubishi Heavy Duty มีผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศ ที่มีเทคโนโลยีการฟอกอากาศ ครอบคลุมทุกมลภาวะ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการปล่อยประจุลบ และระบบ Sensor วัดคุณภาพอากาศ มาพร้อมกับดีไซน์สวยทันสมัย ไม่ว่าจะวางมุมไหนก็เข้ากับบ้าน หากสนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติม หรือเลือกซื้อสินค้าได้ที่

 

Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand

Website: www.mitsuheavythai.com

Line: @mitsuheavydutyTH

Lazada: Mitsubishi Heavy Duty

เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศ
ล่าสุด