เคล็ดลับสำหรับผู้บริโภค 27 มี.ค. 69

ข้อควรรู้ ! แอร์ 24000 BTU มีกลิ่นอับ แก้อย่างไรให้ตรงจุด

หนึ่งในปัญหากวนใจ ที่ผู้ใช้งานแอร์ทุกคนต้องเจอ คือ กลิ่นไม่พึงประสงค์ ภายในเครื่องปรับอากาศ ที่มักจะส่งกลิ่นรบกวนการใช้ชีวิต และการพักผ่อนอยู่เป็นประจำ ซึ่งกลิ่นเหม็นอับของแอร์ ไม่เพียงแต่ทำให้บ้านของคุณเสียบรรยากาศเท่านั้น เพราะหากปล่อยไว้นาน โดยไม่มีการแก้ไขปัญหา อาจส่งผลเสียต่อสุขอนามัยโดยตรงอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาแอร์มีกลิ่นอับ ในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะมาบอกสาเหตุสำคัญที่แอร์ 24000 BTU มีกลิ่นเหม็นอับ พร้อมกับแชร์วิธีแก้ไขให้แอร์ของคุณสะอาด ไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์มากวนใจอีกต่อไป หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย

4 สาเหตุหลักที่ทำให้แอร์ 24000 BTU มีกลิ่นเหม็นอับสะสม

แอร์มีกลิ่นอับ หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ มาจากความชื้นที่สะสมอยู่ภายในแอร์เป็นเวลานาน จนเกิดเชื้อรา และส่งกลิ่นเหม็นออกมา ซึ่งความชื้นในเครื่องปรับอากาศ เกิดขึ้นในเวลาที่เปิดใช้งานแอร์ อุณหภูมิของห้อง และลมที่เย็นออกมา จะเกิดการควบแน่น ส่งผลให้มีความชื้นภายในแอร์ ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้แอร์ 4 ทิศทาง เกิดกลิ่นอับ มีดังนี้

  1. ภายในห้องมีความชื้น

อย่างที่ทราบกันว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้แอร์มีกลิ่นอับ เกิดจากความชื้นสะสมในเครื่องปรับอากาศ ซึ่งหากภายในห้องมีต้นไม้ ตู้ปลา และแก้วน้ำ ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ห้องของคุณมีความชื้นสูง ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศมีกลิ่นเหม็นอับ และเพิ่มโอกาสที่แอร์จะทำงานหนักยิ่งขึ้น

  1. ไม่ได้ล้างแอร์มาเป็นเวลานาน

อีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม คือ การไม่ได้ล้างแอร์เป็นระยะเวลานาน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ เข้าไปอุดตันตามแผ่นกรองฝุ่น ฟิลเตอร์ และถาดรองน้ำทิ้ง จนกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อรา ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับสะสมเป็นจำนวนมาก

  1. ท่อน้ำทิ้งมีปัญหา

เมื่อมีสิ่งสกปรกต่าง ๆ อุดตันในท่อระบายน้ำแอร์ และถาดน้ำทิ้ง นอกจากจะส่งกลิ่นเหม็นแล้ว ยังทำให้น้ำแอร์ไม่สามารถระบายได้ ส่งผลให้เกิดน้ำแอร์หยด และเครื่องปรับอากาศไม่เย็นอีกต่อไป ทั้งยังกลายเป็นแหล่งสะสมของความชื้น น้ำขัง ก่อให้เกิดตะไคร่น้ำ และเชื้อราตามมา

  1. แมลงเข้าไปอาศัยอยู่ในแอร์

เนื่องจาก ในเครื่องปรับอากาศมักจะมีช่องเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ ทำให้มีแมลง และสัตว์ขนาดเล็กเข้าไปอาศัย หรือทำรัง ซึ่งสัตว์และแมลงมักจะขับถ่ายไว้ตามซอก รวมถึงเข้าไปติดในแอร์จนออกมาไม่ได้ และตายอยู่ในนั้น ทำให้แอร์ส่งกลิ่นเหม็นออกมา

อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศ ที่ช่วยลดปัญหากลิ่นอับ พร้อมให้ความเย็นเร็ว ทนทาน และประหยัดพลังงาน Mitsubishi Heavy Duty ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว สนใจสามารถเลือกชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา หรือติดต่อที่ Line: @mitsuheavydutyTH

เคล็ดลับ ลดกลิ่นอับของแอร์ แก้อย่างไรให้ใช้งานได้อย่างสบายใจ

 หากเปิดเครื่องปรับอากาศแล้วมีกลิ่นอับลอยมา อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า เครื่องปรับอากาศของคุณกำลังสะสมฝุ่น ความชื้น หรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไป แต่ก็สามารถแก้ไข้ได้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง เพื่อถนอมแอร์ของคุณให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยวิธีการลดกลิ่นอับของแอร์ ก็มีอยู่ด้วยกันมากมายหลายวิธี ดังนี้

  • เปิดโหมดระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ

เมื่อความชื้น และเชื้อราภายในระบบของแอร์ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อคุณภาพอากาศ และสุขภาพในระยะยาว การดูแลรักษาความสะอาดของเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้น หากแอร์ 4 ทิศทาง ของคุณมีระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ (Self-Cleaning) ก็จะช่วยให้การดูแลเครื่องปรับอากาศเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น

โดยระบบ Self-Cleaning จะช่วยทำความสะอาดแผงคอยล์เย็นโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความชื้นที่สะสมอยู่ภายในเครื่อง และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา หลังจากกดปิดเครื่องปรับอากาศ พัดลมภายในจะยังคงทำงานต่อด้วยความเร็วต่ำในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อไล่ความชื้นออกจากแผงคอยล์ วิธีนี้จึงช่วยลดการสะสมของกลิ่นอับ ลดความถี่ในการล้างแอร์ และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศให้ยาวนานยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระบบ Self Clean Operation เป็นเพียงฟังก์ชั่นที่ช่วยลดกลิ่นอับเท่านั้น ในด้านการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานนั้น ยังคงต้องมีการบำรุงรักษาอยู่เสมอ เช่น ต้องทำการล้างแอร์ทั้งระบบทุกๆ 6 เดือนโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงต้องมีการตรวจสอบเครื่องปรับอากาศตามรอบการบำรุงรักษาอยู่เสมอ

  • ล้างฟิลเตอร์ของแอร์

หนึ่งในวิธีคลาสสิกที่หลายคนชอบทำ เมื่อแอร์มีปัญหากลิ่นอับ คือ การล้างฟิลเตอร์ของแอร์ หรือแผ่นกรองฝุ่น โดยแนะนำให้ถอดมาล้างทำความสะอาดเป็นประจำ อย่างน้อยทุก ๆ 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ ควรทำความสะอาดอย่างเบามือ เพื่อป้องกันไม่ให้แผ่นกรองเสียหาย

  • ล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอ

การล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอ ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจด ตั้งแต่ฟิลเตอร์แอร์ ตัวเครื่อง คอยล์เย็น รวมถึงถาดรองน้ำทิ้ง โดยแนะนำให้ล้างแอร์ทุก 3 - 6 เดือน ตามอายุการใช้งาน เพื่อให้กลิ่นเหม็นอับหายไป ทั้งยังช่วยให้แอร์ทำงานเบาขึ้น และประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนได้อีกด้วย

  • ตรวจสอบระบบท่อน้ำทิ้ง

ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาตรวจดูท่อแอร์ ถาดน้ำทิ้ง และตัวเครื่องของแอร์ ว่ามีสัตว์หรือแมลงเข้าไปอาศัยอยู่หรือไม่ หากพบสัตว์เข้าไปอยู่ ต้องรีบกำจัด และทำความสะอาดโดยทันที เพียงเท่านี้กลิ่นอับสะสมในเครื่องปรับอากาศ ก็จะหายไปอย่างหมดจด

  • เปิดอุณหภูมิที่เหมาะสม

รู้หรือไม่? การเปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิที่เย็นจัด ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ ที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับ และเชื้อราได้เช่นกัน เพราะเมื่อเปิดอุณหภูมิต่ำ จะทำให้เกิดความชื้นสูง ดังนั้น ควรเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ได้แก่ 24 - 26 องศาเซลเซียส รวมถึงใช้ระบบ fan mode เพื่อลดความชื้นภายในห้อง

  • ใช้เครื่องลดความชื้น

ในปัจจุบันเครื่องปรับอากาศ มักมาพร้อมกับฟังก์ชันลดความชื้น เพื่อแก้ปัญหากลิ่นอับ และเชื้อราสะสมได้โดยตรง แต่หากรู้สึกว่าห้องมีกลิ่นอับ จากการเปิดเครื่องปรับอากาศ แนะนำให้ใช้เครื่องลดความชื้นร่วมด้วย เพื่อให้ห้องของคุณมีความชื้นที่เหมาะสม ทั้งยังลดการเกิดเชื้อราตามผนังห้อง และเครื่องปรับอากาศ ไปจนถึงการช่วยให้แอร์ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  • คำนวณ BTU ให้เหมาะสม

สำหรับใครที่แก้ปัญหากลิ่นอับแอร์แล้วยังไม่เห็นผล ลองคำนวณ BTU ให้เหมาะสมกับห้อง เนื่องจาก แอร์ที่มี BTU สูงเกินไป ห้องอาจเย็นเร็วเกินไปจนเครื่องตัดบ่อย และประสิทธิภาพในการลดความชื้นไม่มากพอ ทำให้เกิดความชื้นส่วนเกินภายในแอร์ ส่งผลให้เกิดกลิ่นอับเป็นระยะ 

ซึ่งวิธีการคำนวณค่า BTU ให้แม่นยำ ไม่ใช่แค่การใส่ตัวเลขขนาดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จำนวนคนที่ใช้งานในห้อง จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้อง ทิศทางและตำแหน่งของห้อง ไปจนถึงการระบายกาศ และวัสดุผนัง เพื่อให้ได้ค่าที่สะท้อนการใช้งานจริงที่สุด

ก็จบกันไปแล้วกับ เคล็ดลับการแก้ปัญหากลิ่นอับสะสมในแอร์ 24000 BTU ซึ่งสาเหตุของกลิ่นอับ ที่เกิดขึ้นภายในเครื่องปรับอากาศนั้น ก็มีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความชื้นสะสมทั้งภายในห้อง และภายในตัวเครื่อง การสะสมของฝุ่น และสิ่งสกปรก รวมไปถึงสัตว์ขนาดเล็ก หรือแมลงที่เข้าไปอาศัยอยู่ภายในเครื่อง หากปล่อยปัญหาเหล่านี้ไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไข อาจส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น ประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลง และอาจเกิดความเสียหายต่อเครื่องในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม หากได้ลองแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้ว แต่แอร์ยังคงมีกลิ่นอับอยู่ การพิจารณาเลือกใช้เครื่องปรับอากาศที่มีระบบกระจายลม และการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ก็อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้การใช้งานภายในพื้นที่เป็นไปอย่างสบายมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น แอร์  4 ทิศทางจาก Mitsubishi Heavy Duty ที่ออกแบบมาเพื่อกระจายลมเย็นได้ทั่วถึง พร้อมช่วยลดการสะสมของความชื้นภายในระบบ

หากสนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเลือกชมผลิตภัณฑ์ Mitsubishi Heavy Duty ได้ที่

Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand

Website: www.mitsuheavythai.com

Line: @mitsuheavydutyTH

Lazada: Mitsubishi Heavy Duty

เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศ
ล่าสุด