Tips for consumer 17 ส.ค. 69
แอร์มีกี่ประเภท

เชื่อว่าหลายคนตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศจากราคา หรือขนาด BTU เป็นหลัก แต่ประเภทของแอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำความเย็น ความสะดวกในการติดตั้ง และค่าใช้จ่ายโดยตรง

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่ Mitsubishi Heavy Duty จะมาตอบคำถามว่าแอร์มีกี่ประเภท เพื่อให้คุณได้ทำความเข้าใจ และตัดสินใจเลือกแอร์ ให้เข้ากับพื้นที่ภายในบ้านให้มากที่สุด โดยไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษาที่สูงเกินความจำเป็น

ทำความเข้าใจ แอร์มีกี่ประเภท เลือกอย่างไรให้ทำความเย็นได้ดี

หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อย ของคนที่กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจซื้อแอร์ คือ แอร์มีกี่ประเภท และการใช้งานของแอร์แต่ละประเภทเป็นอย่างไร โดยแอร์จะมีทั้งหมด 6 ประเภท และแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น

  1. แอร์ติดผนัง

แอร์ติดผนัง (Wall air conditioners) เป็นเครื่องปรับอากาศ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยจะมีการติดตั้งคอยล์เย็นภายในห้อง และคอยล์ร้อนด้านนอก เพื่อระบายความร้อนของอุปกรณ์ ถือเป็นแอร์ที่ควบคุมง่าย ประหยัดพื้นที่ และเสียงการทำงานเงียบ เหมาะกับการติดตั้งในห้องขนาดเล็ก ถึงขนาดกลาง

  1. แอร์ฝังฝ้าติดเพดาน

แอร์ฝังฝ้าติดเพดาน (Cassette air conditioner) เป็นแอร์ที่ติดตั้งฝังไปกับเพดาน ทำให้กลมกลืนกับการตกแต่งของอาคาร ทั้งยังช่วยกระจายอากาศได้ทั่วถึง เพราะพัดลมของแอร์มีกำลังแรง ส่งผลให้อากาศไหลเวียนในพื้นที่กว้างได้ดี เหมาะกับการติดตั้งในบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง หรือมีการใช้เพดานสูงแบบ Double Volume 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษา ข้อมูลและข้อดีของแอร์ฝังฝ้าเพิ่มเติม เพื่อประกอบการตัดสินใจ

  1. แอร์ตู้ตั้งพื้น

แอร์ตู้ตั้งพื้น (Floor Standing air conditioner) มีลักษณะเป็นตู้ขนาดใหญ่ ซึ่งภายในเครื่องปรับอากาศ จะมีท่อหรือชุดระบายอากาศสู่ภายนอก บางรุ่นมี Outdoor Unit เหมือนแอร์ประเภท Split Type รุ่นอื่น ๆ จุดเด่นของแอร์ประเภทนี้ จะอยู่ที่การทำความเย็นได้เร็ว และลมแรง ตอบโจทย์การใช้งานในบ้าน ออฟฟิศ ห้องประชุม สำนักงานที่มีขนาดใหญ่ และกว้างขวางมากกว่าบ้านทั่วไป

  1. แอร์ตั้งแขวน

แอร์ตั้งแขวน (Ceiling suspended air conditioner) คือ แอร์ที่มีการติดตั้งแบบแขวนใต้ฝ้าเพดาน และตั้งบนพื้น มักถูกออกแบบให้ปล่อยลมเย็นในแนวตั้ง ทำให้ปรับอุณหภูมิในห้องได้เร็ว และกระจายลมได้สม่ำเสมอ แม้พื้นที่ห้องจะมีขนาดกว้าง  

  1. แอร์ท่อลม

แอร์ท่อลม (Piping and Ductwork air conditioner) เป็นแอร์ขนาดใหญ่ ที่ใช้ท่อดักต์ หรือท่อส่งลมเย็น คอยลำเลียงอากาศไปในพื้นที่ต่าง ๆ ของอาคาร ทำให้อาคารมีความเย็นทั่วถึง และควบคุมอุณหภูมิของอาคารได้ในที่เดียว 

อย่างไรก็ตาม แอร์ประเภทนี้ เหมาะกับการใช้งานในอาคารสำนักงาน หรือห้างสรรพสินค้ามากกว่า เพราะมีขนาดที่ใหญ่ และค่าใช้จ่ายในการดูแลค่อนข้างสูง

  1. แอร์หน้าต่าง

แอร์หน้าต่าง (Window air conditioner) เป็นแอร์ขนาดเล็ก ที่ออกแบบมาให้พอดีกับหน้าต่าง ติดตั้งง่าย และไม่จำเป็นต้องเดินท่อแอร์ให้เสียเวลา ตอบโจทย์กับการใช้งานในพื้นที่ขนาดเล็ก แต่ในปัจจุบันแอร์ชนิดนี้ไม่ได้รับความนิยมแล้ว

เจาะลึก จุดเด่น และข้อควรระวังของแอร์แต่ละประเภท ก่อนตัดสินใจซื้อ

แม้แอร์ทุกประเภท จะมีหน้าที่ทำความเย็นเหมือนกัน แต่แอร์แต่ละประเภทก็มีจุดเด่น และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ทั้งด้านการติดตั้ง การกระจายลม และพื้นที่ใช้งาน 

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ลองเปรียบเทียบข้อมูลของแอร์แต่ละประเภท ได้จากตารางด้านล่าง ดังนี้

 

ประเภทแอร์

จุดเด่น

ข้อสังเกต

เหมาะกับขนาดพื้นที่แบบไหน

แอร์ติดผนัง

  • ติดตั้งง่าย 

  • ดีไซน์สวย 

  • ประหยัดไฟ

  • มี BTU ให้เลือกหลากหลายขนาด

  • ราคาเข้าถึงง่าย

หากใช้ในพื้นที่ใหญ่ อาจทำความเย็นได้ไม่ทั่วถึง

ห้องขนาดเล็กถึงกลาง เช่น 

  • คอนโด 

  • ห้องนอน 

  • ห้องนั่งเล่น 

  • โฮมออฟฟิศ

แอร์ฝังฝ้าเพดาน

  • กระจายลมได้ 4 ทิศทาง

  • ห้องเย็นทั่วถึง 

  • สามารถซ่อนตัวเครื่องใต้ฝ้าเพดาน ทำให้ห้องดูเรียบร้อย

ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และบำรุงรักษาสูง รวมถึงต้องมีโครงสร้างอาคารที่เหมาะสม

บ้านขนาดใหญ่ และอาคารพาณิชย์

แอร์ตู้ตั้งพื้น

  • ทำความเย็นได้เร็ว

  • ลมแรงทั่วทั้งห้อง

ใช้พื้นที่ภายในห้องมากกว่าแอร์ติดผนัง

ห้องโถง และพื้นที่ที่มีเพดานสูงแบบ Double Volume

แอร์ตั้งแขวน

  • กระจายลมได้ไกล 

  • ทำความเย็นได้ทั่วถึง

ต้องติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

อาคารพาณิชย์ หรือห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง

แอร์ท่อลม

  • ซ่อนระบบปรับอากาศทั้งหมดภายในฝ้า 

  • กระจายความเย็นได้หลายห้อง

ราคาสูง และการติดตั้งซับซ้อน

บ้านสไตล์ Luxury และอาคารที่ต้องการซ่อนระบบปรับอากาศทั้งหมด

แอร์หน้าต่าง

  • ติดตั้งง่าย 

  • ราคาประหยัด 

  • ดูแลรักษาง่าย

เสียงดังมากกว่าแอร์ประเภทอื่น และต้องมีช่องสำหรับติดตั้งโดยเฉพาะ

อาคารเก่า หรือพื้นที่ที่ไม่สามารถติดตั้งคอยล์ร้อนแยกได้

 

ทั้งนี้ หากคุณกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศ ที่ทำความเย็นได้เร็ว ประหยัดไฟ และใช้งานง่าย Mitsubishi Heavy Duty เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งการใช้งานในบ้าน และอาคารพาณิชย์ โดยเรามีแอร์ให้เลือกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น แอร์ติดผนัง แอร์แบบแขวนใต้ฝ้า แอร์ฝังฝ้าสี่ทิศทาง และแอร์แบบต่อท่อลม พร้อมตอบสนองต่อทุกความต้องการ

รู้ก่อนซื้อ แอร์ Inverter vs แอร์ Non-Inverter ต่างกันอย่างไร

อีกหนึ่งข้อสงสัยที่หลายคนตั้งคำถาม คือ แอร์ระบบ Inverter และ Non-Inverter แตกต่างกันอย่างไร เพราะทุกครั้งที่ศึกษาข้อมูลในเว็บไซต์ และอ่านข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ก็มักจะเจอสองคำนี้อยู่เสมอ 

ลองมาทำความเข้าใจความแตกต่างของแอร์ทั้ง 2 ระบบ เพื่อให้คุณเลือกแอร์ ได้เหมาะกับความต้องการมากขึ้น

  • แอร์ Inverter

แอร์ Inverter คือ แอร์ที่ใช้ระบบควบคุมคอมเพรสเซอร์ โดยจะมีการลดรอบการทำงานอัตโนมัติ เมื่อแอร์ทำความเย็น จนถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ช่วยลดการตัด-ต่อไฟซ้ำ ๆ ทำให้รักษาระดับความเย็นได้ต่อเนื่อง เสียงการทำงานเงียบ ทั้งยังประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอร์ Mitsubishi Heavy Duty รุ่น Inverter ทุกรุ่น ใช้เทคโนโลยี Inverter แท้ทั้งระบบ จึงมั่นใจได้เลยว่าประหยัดไฟมากกว่า และรักษาระดับอุณหภูมิได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับแอร์ระบบ Non-Inverter

ทั้งนี้ ในกรณีที่ระบบ Inverter ตัดการทำงาน จะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิภายในห้อง ต่ำกว่าอุณหภูมิที่ตั้ง จนไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำความเย็นเพิ่ม ทำให้คอมเพรสเซอร์หยุดการทำงานชั่วคราว  

  • แอร์ Non-Inverter

แอร์ Non-Inverter คือ แอร์ระบบธรรมดา ที่คอมเพรสเซอร์ทำงานเต็มกำลัง และหยุดเมื่ออุณหภูมิถึงจุดที่ตั้งไว้ เมื่อห้องเริ่มร้อนขึ้น เครื่องก็จะรีสตาร์ทใหม่ วนซ้ำไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดการใช้ไฟสูง โดยเฉพาะในห้องที่ร้อนมาก หรือมีการเปิดใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน เหมาะกับห้องที่ใช้งานแอร์ไม่บ่อย เปิดครั้งละ 1 - 2 ชั่วโมง หรือใช้ในห้องที่ไม่ร้อนมาก 

สำหรับผู้ที่ต้องการเจาะลึกการทำงาน สามารถศึกษา เปรียบเทียบความต่างของระบบแอร์แต่ละประเภท เพิ่มเติมได้

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทของแอร์

  • บ้านทั่วไปควรเลือกแอร์ประเภทไหนมาใช้งาน?

แอร์ติดผนัง (Wall Air Conditioner) ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะติดตั้งง่าย ประหยัดพลังงาน เสียงเงียบ มีหลายขนาด BTU ให้เลือก และเหมาะกับห้องขนาดเล็กถึงขนาดกลาง

  • แอร์ Inverter และ Non-Inverter แบบไหนประหยัดไฟมากกว่ากัน?

หากใช้งานแอร์เป็นเวลานานในแต่ละวัน แอร์ Inverter จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่า เพราะสามารถปรับรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะกับอุณหภูมิภายในห้อง ส่วนแอร์ Non-Inverter เหมาะกับการใช้งานเป็นครั้งคราว หรือเปิดแอร์วันละไม่กี่ชั่วโมง

  • หากต้องการแอร์ที่เย็นเร็วและประหยัดไฟ ควรเลือกแบบไหน?

หากต้องการทั้งความเย็นที่รวดเร็ว และการประหยัดพลังงาน แนะนำเลือก แอร์ระบบ Inverter ที่มีค่า BTU เหมาะสมกับขนาดห้อง และได้รับมาตรฐานฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพราะจะช่วยรักษาอุณหภูมิได้อย่างต่อเนื่อง

สรุป แอร์มีกี่ประเภท เรื่องง่าย ๆ ที่ควรรู้ก่อนซื้อแอร์

เครื่องปรับอากาศในท้องตลาด มีให้เลือกหลายประเภท เช่น แอร์ติดผนัง แอร์แขวนใต้ฝ้า แอร์ฝังฝ้าแบบสี่ทิศทาง และแอร์ต่อท่อลม ซึ่งแต่ละประเภท ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับพื้นที่ และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน 

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ควรพิจารณาทั้งประเภทของแอร์ ขนาด BTU และระบบการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Inverter หรือ Non-Inverter เพื่อให้ได้เครื่องปรับอากาศที่ตอบโจทย์การใช้งาน ทำความเย็นได้เร็ว และประหยัดพลังงานได้ดี

ทั้งนี้ หากกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศคุณภาพสูง Mitsubishi Heavy Duty เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีให้เลือกหลากหลาย  เย็นสบายด้วยฟังก์ชันที่ช่วยกระจายลมได้ทั่วถึง ประหยัดพลังงาน และรองรับทุกความต้องการในการใช้งาน เพื่อให้ทุกคนในบ้านสัมผัสกับความเย็นสบายได้ในทุกวัน หากสนใจสามารถติดต่อ และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

 

Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand

Website: www.mitsuheavythai.com

Line: @mitsuheavydutyTH

Lazada: Mitsubishi Heavy Duty

LATEST ARTICLES
OF AIR CONDITIONERS

icon-yellow