Tips for consumer
18 ก.ย. 69
เชื่อว่าหลายคนคงคิดว่า สามารถซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดตั้งเมื่อไรก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การติดตั้งแอร์ติดผนัง จำเป็นต้องวางแผนทั้งตำแหน่งตัวเครื่อง ระบบไฟ การเดินท่อน้ำยา และท่อน้ำทิ้ง หากเตรียมการไม่ทันตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง อาจต้องเจาะผนัง หรือแก้ไขงานตกแต่งในภายหลัง
ดังนั้น สำหรับใครที่วางแผนติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่แน่ใจว่าควรติดตั้งในช่วงไหนดี ในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะพามาดูกันว่า บ้านที่อยู่ในช่วงกำลังก่อสร้าง ควรติดตั้งแอร์ติดผนังในช่วงไหน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และลดปริมาณฝุ่นสะสมในบ้าน

การติดตั้งแอร์ในบ้านสร้างใหม่ ไม่ควรรอจนบ้านก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วค่อยวางแผน เพราะระบบปรับอากาศเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบ้านหลายส่วน ทั้งตำแหน่งติดตั้ง ระบบไฟฟ้า การเดินท่อน้ำยา และท่อน้ำทิ้ง
หากเตรียมการไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดการรื้อ หรือแก้ไขงานในภายหลัง โดยสามารถแบ่งช่วงสำคัญในการวางแผนได้ ดังนี้
ในช่วงออกแบบบ้าน สถาปนิกและวิศวกร จะกำหนดตำแหน่งติดตั้งแอร์ และคอยล์ร้อนให้สอดคล้องกับแปลนบ้าน รวมถึงพิจารณาขนาดห้อง และลักษณะการใช้งาน เพื่อประเมิน BTU ของแอร์ที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ทางสถาปนิกจะมีการเผื่อพื้นที่สำหรับการเดินท่อน้ำยา ท่อน้ำทิ้ง และระบบไฟฟ้า เพื่อให้การติดตั้งเครื่องปรับอากาศทำได้สะดวก และไม่กระทบกับดีไซน์ของบ้าน
เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนก่อสร้าง วิศวกรและช่างผู้เชี่ยวชาญ จะดำเนินการเดินระบบที่เกี่ยวข้องกับแอร์ พร้อมกับงานระบบของบ้าน โดยเฉพาะท่อน้ำยา ท่อน้ำทิ้ง และสายไฟ
ซึ่งหากวางแผนติดตั้งแอร์ติดผนังไว้ล่วงหน้า จะมีการวางแนวท่อให้ซ่อนอยู่ภายในผนัง หรือฝ้าได้ตั้งแต่ต้น ช่วยให้บ้านดูเรียบร้อย และลดความจำเป็นในการเจาะ หรือรื้อผนังหลังงานก่อสร้างเสร็จ
ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตกแต่งบ้าน จะมีการตรวจสอบตำแหน่ง และระบบที่เตรียมไว้อีกครั้ง เพื่อให้พร้อมสำหรับการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะตำแหน่งผนังที่ต้องติดตั้งตัวเครื่อง รวมถึงจุดวางคอยล์ร้อน และระบบระบายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหาย หรือสกปรกจากฝุ่น และงานก่อสร้าง
ทั้งนี้ อย่าลืมคำนวณ BTU แอร์เบื้องต้น เพื่อให้แต่ละพื้นที่ในบ้านเย็นสบาย และประหยัดพลังงานในระยะยาว

เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ต้องวางแผนการติดตั้ง ให้สอดคล้องกับแปลนบ้าน เพราะตำแหน่งที่ติดตั้งส่งผลต่อภาพรวมของห้อง ทั้งการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และการดูแลรักษาในอนาคต
ทำให้การวางแผนตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง และตกแต่งบ้าน จะช่วยติดตั้งแอร์ให้กลมกลืนกับการตกแต่งได้ง่าย โดยสิ่งที่ควรเตรียมให้พร้อม ก่อนเริ่มติดตั้งแอร์ มีดังนี้
ในช่วงก่อสร้าง ควรเตรียมระบบสำหรับแอร์ไว้ก่อน ทั้งท่อน้ำยา ท่อน้ำทิ้ง และระบบไฟฟ้า โดยสามารถวางแนวท่อซ่อนภายในผนัง หรือฝ้า เพื่อให้บ้านดูเรียบร้อย และไม่ต้องเจาะ หรือเดินท่อใหม่หลังตกแต่งเสร็จ ทั้งยังช่วยให้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศได้สะดวกขึ้นอีกด้วย
การติดตั้งแอร์ติดผนัง ควรทำหลังงานก่อสร้างหลักเสร็จ เพื่อลดความเสี่ยงที่ตัวเครื่องจะได้รับฝุ่น คราบสกปรก หรือความเสียหายจากงานก่อสร้าง โดยเฉพาะบ้านที่มีการทาสี ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ หรือทำงานตกแต่งภายในหลายขั้นตอน
นอกจากเรื่องระบบแล้ว ควรวางตำแหน่งแอร์ให้สัมพันธ์กับการออกแบบภายในบ้านตั้งแต่แรก เช่น ไม่ติดตั้งในจุดที่ถูกบังด้วยตู้ Built-in และเลือกตำแหน่งที่สามารถกระจายลมเย็นได้ทั่วถึง
ซึ่งการวางแผนล่วงหน้า จะช่วยให้แอร์ที่ต้องการติดตั้งกลมกลืนกับพื้นที่ ทั้งยังสะดวกต่อการล้าง หรือซ่อมบำรุงในอนาคต
หากกำลังมองหาแอร์ติดผนัง ที่ตอบโจทย์ทั้งความเย็น ความทนทาน และความคุ้มค่า Mitsubishi Heavy Duty มีเครื่องปรับอากาศระบบ Inverter ให้เลือกตั้งแต่ขนาด 9,000, 12,000, 15,000, 18,000, และ 24,000 Btu/h มาพร้อมกับเทคโนโลยี Jet Flow ช่วยกระจายลมเย็นได้ทั่วถึง ทั้งยังมีเทคโนโลยีอีกมากมาย ที่เข้ามาเพิ่มความเย็นสบายให้กับบ้านของคุณ
แม้ว่าการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จะเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญต้องเข้ามาดูแล แต่การรู้ขั้นตอน หรือวิธีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้ ก็ช่วยให้เจ้าของบ้านมั่นใจในการใช้งาน รวมถึงรู้วิธีรับมือเบื้องต้น หากแอร์เสียหาย และพูดคุยกับช่างได้ง่ายขึ้น โดย Mitsubishi Heavy Duty ได้รวบรวมขั้นตอนการติดแอร์ผนังมาไว้ให้แล้ว ดังนี้
สิ่งสำคัญที่ควรรู้ ในการติดตั้งแอร์ติดผนัง คือ การติดตั้งแผ่นแขวนคอยล์เย็น โดยจะมีการใช้ระดับน้ำวัดให้แน่ใจว่า แผ่นแขวนอยู่ในแนวระนาบ เพื่อป้องกันน้ำหยด หรือการรั่วซึมของท่อ จากนั้นจะทำการเจาะผนัง เพื่อเดินท่อทองแดง และสายไฟไปยังคอยล์ร้อน
เมื่อเจาะผนังเรียบร้อยแล้ว จะเป็นการต่อท่อทองแดงเข้ากับคอยล์เย็น แล้วเดินท่อออกไปยังคอยล์ร้อน และเชื่อมต่อสายไฟตามสีให้ตรงกับตำแหน่ง L,N และ Ground เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร
สำหรับการติดตั้งคอยล์ร้อน ควรเลือกติดตั้งในพื้นที่ที่แข็งแรง ไม่สั่นสะเทือน และไม่โดนแดดโดยตรง พร้อมกับใช้ขาตั้งแอร์ หรือแขวนยึดกับผนัง จากนั้นต่อท่อทองแดง และท่อน้ำทิ้งเข้ากับคอยล์ร้อน
เมื่อติดตั้งคอยล์เย็น และคอยล์ร้อนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องดูดอากาศและไล่ความชื้นออกจากระบบแอร์ ด้วยการใช้เครื่องดูดสุญญากาศประมาณ 15-20 นาที
หลังจากที่ไล่ความชื้นเรียบร้อยแล้ว จะต้องเปิดเบรกเกอร์ และทดสอบการเปิดแอร์ เช่น การเช็กความเย็น การรั่วซึมของน้ำ และเสียงการทำงาน เพื่อเช็กดูว่าแอร์ทำงานปกติ และติดตั้งสมบูรณ์หรือไม่
ทั้งนี้ หากใช้งานเครื่องปรับอากาศไปสักระยะแล้ว รู้สึกว่าค่าไฟแพงกว่าปกติ สามารถดูวิธีการคำนวณค่าไฟเบื้องต้น เพื่อวางแผนเรื่องงบประมาณคร่าว ๆ ก่อนตัดสินใจซ่อมบำรุงแอร์ หรือขอเคลมสินค้ากับผู้ให้บริการ
ควรเตรียมและเดินท่อน้ำยา ท่อน้ำทิ้ง และสายไฟ ตั้งแต่ช่วงก่อสร้างก่อนเริ่มตกแต่ง เพื่อซ่อนแนวท่อให้เรียบร้อย และลดการเจาะหรือรื้อผนังในภายหลัง
แอร์ติดผนังส่วนใหญ่แล้ว สามารถรองรับพื้นที่หลากหลาย เพราะมีให้เลือกหลายขนาด ไม่ว่าจะเป็น 9,000, 12,000, 15,000, 18,000, และ 24,000 Btu/h พร้อมกับดูปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ปริมาณแสงแดดที่เข้ามาในห้อง ความสูงของเพดาน และจำนวนผู้ใช้งาน ดังนั้น ควรประเมินพื้นที่ และปัจจัยที่ก่อให้เกิดความร้อนก่อนเลือกเครื่องปรับอากาศ
เจ้าของบ้านต้องเตรียมพื้นที่ที่ต้องการติดตั้ง รวมถึงตรวจสอบว่าผนังสามารถรองรับการติดตั้งได้หรือไม่
การติดตั้งแอร์ติดผนัง สำหรับบ้านที่อยู่ในช่วงระหว่างก่อสร้าง ควรวางแผนตั้งแต่ช่วงออกแบบบ้าน เพื่อกำหนดตำแหน่งตัวเครื่อง คอยล์ร้อน ระบบไฟฟ้า ท่อน้ำยา และท่อน้ำทิ้งให้เหมาะสม จากนั้นจะเป็นการเตรียม และเดินระบบในช่วงก่อสร้าง โดยวิธีนี้ช่วยลดการเจาะผนัง แก้ไขงานภายหลัง และป้องกันตัวเครื่องจากฝุ่น หรือความเสียหายระหว่างก่อสร้าง
ดังนั้น หากต้องการเครื่องปรับอากาศที่ให้ทั้งความเย็นสบาย ประหยัดไฟ และใช้งานได้คุ้มค่า Mitsubishi Heavy Duty เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยเทคโนโลยี Jet Flow และระบบ Inverter ที่ออกมา เพื่อให้บ้านของคุณเย็นสบายตลอดทั้งวัน หากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand
Website: www.mitsuheavythai.com
Line: @mitsuheavydutyTH
Lazada: Mitsubishi Heavy Duty