Tips for consumer
23 ต.ค. 69
แอร์ 24000 BTU เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แต่ขนาดห้องที่รองรับ และค่าไฟต่อเดือน อาจแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ ประสิทธิภาพของเครื่อง และพฤติกรรมการใช้งาน ดังนั้น การทำความเข้าใจทั้งสองเรื่องนี้ก่อนเลือกซื้อ จะช่วยให้เลือกเครื่องปรับอากาศได้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น
โดยในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะมาแชร์เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับแอร์ขนาด 24000 BTU ตั้งแต่ขนาดห้องที่เหมาะสม รวมถึงแนะนำวิธีการเลือกแอร์ให้ประหยัดไฟ และเทคนิคการคำนวณค่าไฟคร่าว ๆ เพื่อให้ทุกคนได้ลองพิจารณาให้รอบคอบ ก่อนตัดสินใจติดตั้งแอร์
แอร์ขนาด 24000 BTU เหมาะกับห้องที่มีขนาด 24 - 32 ตารางเมตร เพราะเป็นขนาดที่กระจายความเย็นได้รวดเร็ว โดยที่แอร์ไม่ทำงานหนักจนเกินไป สำหรับพื้นที่ที่ตอบโจทย์กับการติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่มี BTU สูง ก็มีอยู่หลายพื้นที่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
ห้องรับแขก หรือห้องโถงขนาดใหญ่: เพราะมีพื้นที่โล่งกว้าง หรือใช้งานร่วมกันหลายคน
ห้องทำงาน หรือสำนักงาน: ตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่โปร่ง รวมถึงมีคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชิ้นปล่อยความร้อนออกมาพร้อมกัน
ห้องอเนกประสงค์: ส่วนใหญ่แล้วเป็นพื้นที่ที่ไม่มีผนังกั้น ทำให้แอร์ในพื้นที่นี้ จะต้องทำความเย็นได้เร็ว
ร้านอาหาร หรือร้านค้า: เป็นพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น และเข้า - ออกตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาปัจจัยเพิ่มเติม เช่น ความสูงเพดาน จำนวนคนในห้อง และทิศทางแดด หากห้องโดนแดดจัด หรือมีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าพร้อมกันหลายชิ้น แนะนำให้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แน่ใจว่าแอร์ที่ตัดสินใจซื้อมา จะทำความเย็นได้ดี และอากาศในห้องเย็นสบายมากขึ้น

เมื่อรู้กันไปแล้วว่าแอร์ขนาด 24000 BTU ตอบโจทย์การใช้พื้นที่ไหนบ้าง ขั้นตอนต่อมา คือ การเลือกเครื่องปรับอากาศ ให้สอดคล้องกับการใช้งาน ทั้งประเภทของแอร์ การประหยัดพลังงาน และฟังก์ชันเสริม เพื่อให้ได้รุ่นที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ดังนี้
โดยปกติแล้ว เครื่องปรับอากาศจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Non-Inverter และ Inverter ซึ่งทั้งสองระบบจะมีวิธีการทำความเย็นที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น
สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาให้รอบคอบ คือ การสังเกตว่าแอร์มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือไม่ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่บอกระดับการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ ทั้งยังเป็นการการันตีว่าแอร์เครื่องดังกล่าว ประหยัดพลังงานได้ดี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ควรดูค่า SEER ร่วมด้วย ซึ่งเป็นค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานของแอร์ โดยคำนวณจากการใช้งานจริงตามฤดูกาล ยิ่งค่า SEER สูง ก็แสดงว่าแอร์ทำความเย็นได้มาก เมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้
คอยล์แอร์ เป็นส่วนประกอบสำคัญของการทำความเย็น ทำหน้าที่ดูดซึมความร้อน แล้วผ่านกระบวนการเปลี่ยนเป็นความเย็นออกมา ช่วยให้อุณหภูมิภายในห้องเย็นลง โดยคอยล์แอร์จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 ชนิด ได้แก่
คอยล์ทองแดง (Copper Coil): มีคุณสมบัติในการถ่ายเทความร้อนได้ดี ทนทานต่อการสึกกร่อน และง่ายต่อการซ่อมบำรุง
คอยล์อะลูมิเนียม (Aluminum Coil): มีน้ำหนักเบา แต่ถ่ายเทความร้อนได้น้อยกว่าคอยล์ทองแดง หากเกิดความเสียหาย หรือมีรอยรั่ว การซ่อมแซมจะค่อนข้างยุ่งยากกว่าคอยล์ทองแดง
ทั้งนี้ หากคุณกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศมาใช้งาน Mitsubishi Heavy Duty เป็นทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เพราะแอร์ของเรามีแรงลม ที่สามารถกระจายความเย็นได้ไกล ทั้งยังมีความทนทานสูง ตอบโจทย์การใช้งานในทุกพื้นที่
หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัย คือ การเปิดแอร์ขนาด 24000 BTU ต้องเสียค่าไฟทั้งหมดกี่บาท ซึ่งอัตราค่าไฟขึ้นอยู่กับขนาด BTU ระบบของแอร์ และอัตราค่าไฟต่อหน่วย โดยสามารถคำนวณได้ทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่
การคำนวณค่าไฟจากกำลังไฟ (วัตต์) เหมาะกับคนที่มีข้อมูลวัตต์จากสติ๊กเกอร์ข้างแอร์ โดยจะต้องคำนวณตามสูตร
“ค่าไฟ (บาท/ชั่วโมง) = (วัตต์ ÷ 1,000) × ค่าไฟต่อหน่วย”
ยกตัวอย่างเช่น แอร์เครื่องนี้มีการระบุว่าใช้ไฟ 1,200 วัตต์ เมื่อเปิด 1 ชั่วโมงด้วยค่าไฟ 4.62 บาท/หน่วย จะคำนวณค่าไฟได้เป็น (1,200 ÷ 1,000) × 4.62 = 5.54 บาท/ชั่วโมง
สำหรับการคำนวณค่าไฟจากค่า SEER เป็นวิธีที่เหมาะกับแอร์ระบบ Inverter โดยสามารถคำนวณได้ตามสูตร
“ค่าไฟ (บาท/ชั่วโมง) = (BTU ÷ SEER ÷ 1,000) × ค่าไฟต่อหน่วย”
ยกตัวอย่างเช่น แอร์ระบบ Inverter ขนาด 24000 BTU ค่า SEER 21 และค่าไฟ 4.62 บาท/หน่วย จะคำนวณค่าไฟได้เป็น (24,000 ÷ 21 ÷ 1,000) × 4.62 = 5.28 บาท/ชั่วโมง

เพราะแอร์ที่เหมาะสมกับแต่ละห้อง ก็ยังมีรายละเอียดยิบย่อยอีกมากมาย ทำให้ Mitsubishi Heavy Duty ได้มีการพัฒนาแอร์ออกมาหลายซีรีส์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายพื้นที่ ตั้งแต่ห้องอเนกประสงค์ในบ้าน ไปจนถึงอาคารพาณิชย์ โดยแต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
เริ่มกันที่ Kaze Series แอร์รุ่นพื้นฐานของ Mitsubishi Heavy Duty ที่มาพร้อมกับระบบ Non-Inverter โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Jet Flow ที่สามารถส่งลมได้ไกลถึง 11 - 17 เมตร ช่วยกระจายความเย็นทั่วห้องทั่วห้อง แม้จะอยู่ในมุมอับ
นอกจากนี้ แอร์รุ่น Kaze Series ยังมีโหมด Hi Power ที่ช่วยเร่งความเย็นภายใน 15 นาที พร้อมฟิลเตอร์ฟอกอากาศ 2 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น แผ่นกรองฝุ่น PM 2.5 และแผ่นกรองกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมถึงระบบ ION ทำให้ภายในห้องเย็นสบาย และสดชื่นโดยที่ไม่มีกลิ่นอับกวนใจ
มาต่อกันที่ Haru Series แอร์ระบบ Inverter ที่มีเทคโนโลยี Jet Flow ส่งแรงลมได้ไกลถึง 12 เมตร ทั้งยังมีระบบ 3D Auto ที่สามารถกระจายทิศทางลมได้มากถึง 8 รูปแบบ พร้อมฟิลเตอร์กรองฝุ่น PM 2.5 และแผ่นฟอกอากาศต่อต้านสารภูมิแพ้
อีกทั้งจุดเด่นที่น่าสนใจของ Haru Series จะอยู่ที่เทคโนโลยี Blue Fin ที่ช่วยเคลือบแผงระบายความร้อน เพื่อลดการกัดกร่อน ทำให้แอร์มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการให้แอร์เย็นเร็ว ทนทาน และฟังก์ชันครอบคลุมทุกการใช้งาน
สำหรับ Yuki Series เป็นแอร์ระบบ Inverter แท้ทั้งระบบ โดยที่ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการเปิด - ปิดเครื่องปรับอากาศ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา เย็นสบายด้วยเทคโนโลยี Jet Flow ที่ส่งแรงลมได้ไกลถึง 17 เมตร และมีระบบ 3D Auto ที่กระจายทิศทางลมได้ถึง 8 รูปแบบ
นอกจากนี้ ก็ยังมีการใช้ฟิลเตอร์กรองฝุ่น Nano Air Filter ที่ช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 และแผ่นฟอกอากาศต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่อยากได้แอร์ที่เย็นสบาย และไม่รู้สึกคัดจมูก เมื่ออยู่ในห้องเป็นเวลานาน
หากใครที่ต้องการแอร์ที่มีดีไซน์น่ารัก เห็นเมื่อไหร่ก็รู้สึกฮีลใจ ขอแนะนำ Butta Series เพราะ Mitsubishi Heavy Duty มีการคอลแลบกับคาแรกเตอร์ Butter Bear หรือน้องหมีเนย ทั้งยังตอบโจทย์การใช้งานในยุค Smart Home ด้วยระบบ Wireless Control ที่สามารถควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ตโฟน และตรวจสอบการใช้พลังงานได้แบบเรียลไทม์
นอกจากนี้ แอร์รุ่น Butta Series ก็สามารถส่งแรงลมได้ไกลสูงสุด 17 เมตร รวมถึงมีระบบ 3D Auto และฟิลเตอร์ฟอกอากาศมากถึง 2 ชั้น เรียกได้ว่านั่งอยู่มุมไหนของห้อง ก็รู้สึกเย็นสบาย และไม่ร้อนอบอ้าวอีกต่อไป
แอร์ 24000 BTU สามารถใช้กับห้องนอนได้ หากขนาดและลักษณะของห้อง เหมาะกับกำลังทำความเย็นของเครื่อง โดยควรพิจารณาทั้งพื้นที่ ความสูงของเพดาน ทิศทางแดด และจำนวนผู้ใช้งานร่วมด้วย เพื่อไม่ให้เลือก BTU สูง หรือต่ำเกินความจำเป็น
แม้จะสามารถติดตั้งได้ในบางกรณี แต่การเลือกแอร์ที่มี BTU สูงเกินความต้องการของห้อง อาจไม่เหมาะกับการใช้งาน ดังนั้น ควรคำนวณ BTU จากขนาด และลักษณะของพื้นที่ก่อนเลือกซื้อ เพื่อให้เครื่องทำความเย็นได้เหมาะสมกับห้อง
แอร์ระบบ Inverter สามารถปรับรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ในขณะที่ระบบ Non-Inverter จะควบคุมอุณหภูมิด้วยการทำงาน และหยุดของคอมเพรสเซอร์เป็นรอบ ๆ
แอร์ 24000 BTU เหมาะกับพื้นที่ขนาดประมาณ 24 - 32 ตารางเมตร เช่น ห้องรับแขก ห้องทำงาน ห้องอเนกประสงค์ หรือร้านค้า อย่างไรก็ตาม ก่อนติดตั้งควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย ทั้งความสูงของเพดาน ทิศทางแดด จำนวนผู้ใช้งาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้อง เพื่อเลือกขนาดแอร์ให้สอดคล้องกับพื้นที่มากที่สุด
สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศ ที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย Mitsubishi Heavy Duty คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเรามีแอร์ให้เลือกหลายซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็น KAZE SERIES, HARU SERIES, YUKI SERIES, BUTTA SERIES และ FUYU SERIES หากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียด หรือเลือกชมรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานของคุณได้ที่
Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand
Website: www.mitsuheavythai.com
Line: @mitsuheavydutyTH
Lazada: Mitsubishi Heavy Duty