Tips for consumer
7 ต.ค. 69
เมื่อเกิดน้ำท่วม แอร์เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสี่ยงเสียหายได้ง่าย เพราะคอยล์ร้อน ที่ตั้งอยู่บริเวณพื้น หรือระเบียงบ้าน รวมถึงคอยล์เย็น ที่ได้รับผลกระทบจากความชื้น กลิ่นอับ รวมถึงระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียรหลังน้ำลด ส่งผลให้ระบบการทำงานเสียหายได้ในที่สุด
ดังนั้น การดูแลและตรวจสอบแอร์หลังโดนน้ำท่วม เป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านควรลงมือทำหลังจากปริมาณน้ำลด โดยในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะพามาดูเช็กลิสต์การตรวจสอบแอร์ให้ปลอดภัย หลังแอร์โดนน้ำท่วม เพื่อดูแลแอร์ให้ถูกต้อง และดูแลสมาชิกในครัวเรือนให้ปลอดภัย

เมื่อแอร์ถูกน้ำท่วม หลายคนอาจต้องการรีบเปิดเครื่องทันที หลังปริมาณน้ำในบ้านลดลงแล้ว เพื่อเช็กว่ายังใช้งานได้หรือไม่ แต่การทำเช่นนั้นทันที อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้า และตัวเครื่องได้
ดังนั้น เจ้าของบ้านจะต้องระมัดระวังการใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้น ซึ่งทาง Mitsubishi Heavy Duty ได้รวบรวม 5 สิ่งที่ห้ามทำหลังแอร์โดนน้ำท่วม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนในบ้าน
ในกรณีที่คอยล์เย็น คอยล์ร้อน สายไฟ จุดต่อไฟ หรือชุดควบคุมถูกน้ำท่วม ไม่ควรเปิดแอร์ด้วยตัวเองทันที แม้ว่าบ้านจะแห้ง และไม่มีน้ำท่วมขังแล้วก็ตาม เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย และเครื่องปรับอากาศเสียหายหนักกว่าเดิม
ดังนั้น ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาตรวจสอบระบบอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบว่าระบบของเครื่องปรับอากาศเกิดไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) และกระแสไฟฟ้ารั่ว (Leakage Current) หรือไม่
หากตู้ไฟหรือระบบไฟฟ้าถูกน้ำท่วม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แนะนำว่าเจ้าของบ้านไม่ควรเปิดเบรกเกอร์ด้วยตัวเอง แต่จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ และแก้ไขระบบไฟในบ้านให้ละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ สามารถทำงานได้ตามปกติ
อีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของบ้านห้ามทำ เมื่อเครื่องปรับอากาศโดนน้ำท่วม คือ ห้ามเปิดแอร์ทันทีหลังจากน้ำแห้ง เนื่องจาก น้ำท่วมอาจมีโคลน ตะกอน เกลือ สารเคมี และสิ่งปนเปื้อนตกค้างภายในเครื่องปรับอากาศ แม้น้ำจะระเหยไปแล้ว ซึ่งสารตกค้างเหล่านี้ ก่อให้เกิดการกัดกร่อน (Corrosion) รวมถึงมีตะกอนเข้าเครื่อง และเกิดการนำไฟฟ้าบนวงจรภายหลังได้
แม้เจ้าของบ้านหลายคนจะอยากล้างทำความสะอาดบ้าน และเช็ดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สะอาด แต่สำหรับการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ด้วยการฉีดหรือล้าง เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้ความชื้นเข้าไปในเครื่องมากกว่าเดิม ทั้งยังเป็นการทำลายฉนวน และวงจรของแอร์อีกด้วย
สิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านไม่ควรทำ คือ การนำแอร์ออกมาซ่อม หรือถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ด้วยตัวเอง หากไม่มีความชำนาญมากพอ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะถูกไฟดูด และเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้

หลังจากที่ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบแล้ว หากเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ แต่พบความผิดปกติที่เห็นได้จากการทำงานของตัวเครื่อง แล้วไม่แน่ใจว่าควรรีบดำเนินการซ่อมอีกครั้งไหม Mitsubishi Heavy Duty ได้รวบรวม 5 สัญญาณที่ควรหยุดใช้งานเครื่องปรับอากาศมาไว้ให้แล้ว ดังนี้
หากเบรกเกอร์ดับ หรือมีการตัดไฟซ้ำ ๆ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือไฟรั่วลงดิน ดังนั้น อย่าฝืนดันเบรกเกอร์ขึ้นซ้ำ ๆ ให้ตัดเบรกเกอร์ แล้วเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบปัญหาเพิ่มเติม
ในกรณีที่แอร์มีกลิ่นไหม้ อาจเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน หรือมีความชื้นหลงเหลือหลังจากโดนน้ำท่วม โดยเฉพาะบริเวณสายไฟ แผงวงจร หรือชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า หากพบกลิ่นผิดปกติจากแอร์ ควรหยุดใช้งานทันที
หากคอยล์ร้อน หรือคอมเพรสเซอร์มีเสียง หรือแรงสั่นผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณว่า ชิ้นส่วนภายในได้รับความเสียหาย หรือมีสิ่งสกปรก และน้ำเข้าไปสะสม ดังนั้น ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ เพราะอาจทำให้ความเสียหาย ลุกลามไปยังส่วนอื่นของแอร์ได้
เมื่อเปิดแอร์แล้วพบสัญลักษณ์ Error Code (EI) หรือแอร์ทำงานผิดปกติ เช่น เปิดแล้วไม่ทำงาน แอร์ไม่เย็น หรือระบบตัดการทำงานเอง อาจเป็นสัญญาณว่าระบบภายในเครื่องมีความผิดปกติ ไม่ควรรีเซตเครื่องซ้ำหลายครั้ง เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
สำหรับใครที่พบว่ามีไฟรั่ว ควัน หรือประกายไฟออกมาจากแอร์ ห้ามสัมผัสตัวเครื่องโดยตรงโดยเด็ดขาด เพราะอาจมีความเสี่ยงจากกระแสไฟฟ้า หรือชิ้นส่วนภายในที่ได้รับความเสียหาย โดยแนะนำให้ตัดกระแสไฟจากเบรกเกอร์ และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ตัวเครื่อง จนกว่าจะได้รับการตรวจสอบจากช่างผู้เชี่ยวชาญ
ดังนั้น หากพบอาการผิดปกติที่กล่าวไปข้างต้น อย่าฝืนใช้งานต่อไป แต่เจ้าของบ้านจะต้องปิดเครื่อง ตัดเบรกเกอร์ แล้วให้ช่างเข้ามาตรวจสอบโดยทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้น และดูแลสมาชิกในบ้านให้ปลอดภัย
ทั้งนี้ สำหรับใครที่เครื่องปรับอากาศใช้งานไม่ได้ และต้องการแอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งความเย็น ความทนทาน และความคุ้มค่า Mitsubishi Heavy Duty มีเครื่องปรับอากาศให้เลือกตั้งแต่ขนาด 9,000 ไปจนถึง 24,000 Btu/h มาพร้อมกับเทคโนโลยี Jet Flow ที่ช่วยกระจายลมเย็นได้ทั่วถึง โดยที่สมาชิกในบ้านไม่รู้สึกร้อนอีกต่อไป
นอกจากนี้ ทาง Mitsubishi Heavy Duty ก็ยังมีช่องทางบริการหลังการขาย 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ Line OA @mitsubishiheavydutyTH และ Mahajak Service Center 1516 เพื่อให้ทางทีมงานเข้ามาช่วยซ่อมแซมเครื่องปรับอากาศ ตามระยะเวลาการรับประกัน
นอกจากเครื่องปรับอากาศที่ต้องดูแล หลังโดนน้ำท่วมแล้ว พื้นที่อื่น ๆ ในบ้านก็จะต้องถูกดูแลเช่นกัน เพื่อให้บ้านของคุณปลอดภัย ไร้ปัญหาเชื้อราและกลิ่นอับสะสม ซึ่งวิธีการดูแลบ้านให้ปลอดภัย จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ช่วงเวลา ได้แก่
ในช่วงสัปดาห์แรก จะเป็นการเริ่มฟื้นฟูบ้านด้วยการเก็บขยะ และโคลนที่ปะปนเข้ามาในบ้าน รวมถึงทำความสะอาดส่วนอื่น ๆ ให้บ้านแห้ง หากมีเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกน้ำท่วม ควรรีบให้ช่างเข้ามาตรวจระบบไฟก่อนเปิดใช้งาน
หลังจากที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ในสัปดาห์ที่ 2 จะต้องตรวจสอบความเสียหายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น รอยร้าว รอยซึม และความชื้นสะสม จากนั้นจดบันทึกความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อวางแผนให้ช่างเข้ามาซ่อมแซมทันที
สำหรับสัปดาห์ที่ 3 จะเป็นช่วงการกำจัดน้ำขังที่ยังหลงเหลืออยู่ พร้อมกับสังเกตเชื้อรา และกลิ่นอับภายในบ้าน ทั้งนี้ หากสมาชิกในบ้านมีความเครียด และวิตกกังวลจากเหตุการณ์น้ำท่วม อย่าลืมหากิจกรรมทำในบ้าน หรือออกไปผ่อนคลายนอกบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเครียดสะสม
ในสัปดาห์สุดท้าย หากให้ช่างเข้ามาซ่อมเครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว อย่าลืมติดตามกับช่างว่าดำเนินการเสร็จแล้วหรือยัง พร้อมกับเตรียมของใช้ที่จำเป็น และวางแผนฉุกเฉิน เพื่อรับมือได้ทันหากเกิดน้ำท่วมอีกครั้ง
ไม่ควรเปิดแอร์ทันที แม้น้ำจะลดลงหรือบริเวณบ้านแห้งแล้ว เพราะน้ำท่วมอาจทำให้คอยล์เย็น คอยล์ร้อน สายไฟ จุดต่อไฟ และชุดควบคุมได้รับความเสียหาย รวมถึงอาจมีความชื้น หรือตะกอนตกค้างภายในเครื่อง ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ก่อนนำกลับมาใช้งาน
หากพบว่าเบรกเกอร์ตัดซ้ำ ๆ มีกลิ่นไหม้หรือกลิ่นผิดปกติ คอยล์ร้อนหรือคอมเพรสเซอร์มีเสียงและแรงสั่นผิดปกติ รวมถึงเครื่องแสดงผล Error Code หรือมีไฟรั่ว ควัน และประกายไฟ ควรหยุดใช้งานทันที และให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ
ควรตรวจสอบสภาพเครื่องโดยรอบ ระบบไฟฟ้า แผงวงจร คอมเพรสเซอร์ มอเตอร์พัดลม คอยล์เย็น คอยล์ร้อน ระบบน้ำทิ้ง รวมถึงทดสอบการทำงานโดยรวม เพื่อประเมินว่าเครื่องได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด และพร้อมกลับมาใช้งานหรือไม่
เมื่อแอร์โดนน้ำท่วม เจ้าของบ้านไม่ควรรีบเปิดเครื่อง เปิดเบรกเกอร์ หรือล้างและถอดชิ้นส่วนด้วยตัวเอง แม้น้ำจะลดลงและบ้านแห้งแล้ว เพราะภายในเครื่องอาจยังมีความชื้น ตะกอน หรือความเสียหายที่มองไม่เห็น ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบไฟฟ้า และการทำงานของแอร์ได้
นอกจากนี้ หากพบสัญญาณผิดปกติ เช่น เบรกเกอร์ตัด มีกลิ่นไหม้ เสียงหรือแรงสั่นผิดปกติ เครื่องขึ้นรหัสไฟกระพริบหรือ Error Code หรือมีไฟรั่วและประกายไฟ ควรหยุดใช้งานและให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ พร้อมตรวจเช็กระบบสำคัญต่าง ๆ ก่อนนำแอร์กลับมาใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยง และเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนในบ้าน
สำหรับใครที่กำลังมองหาแอร์ที่ใช้งานได้ยาวนาน อย่าลืมนึกถึง Mitsubishi Heavy Duty แอร์ที่ใช้นวัตกรรมคอยล์ทองแดงทั้งระบบ ทั้งคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น ช่วยให้เครื่องทำงานได้ดี ทนทานยาวนาน ทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องพังอีกต่อไป หากสนใจสั่งซื้อ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand
Website: www.mitsuheavythai.com
Line: @mitsuheavydutyTH
Lazada: Mitsubishi Heavy Duty