Tips for consumer
31 ก.ค. 69
ฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาที่หลายครอบครัวต้องเจออยู่ทุกปี โดยเฉพาะในช่วงที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ปลอดภัย หลายคนจึงเริ่มมองหา เครื่องฟอกอากาศ มาเป็นตัวช่วยดูแลสุขภาพ แต่พอค้นหาข้อมูล กลับพบว่ามีให้เลือกหลายรุ่น หลายขนาด และหลายเทคโนโลยี จนไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหนดี
ในบทความนี้ Mitsubishi Heavy Duty จะพาคุณไปรู้จัก 5 วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศ PM2.5 ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมเคล็ดลับที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ รวมถึงแนะนำเครื่องฟอกอากาศที่ตอบโจทย์
เนื่องจาก ปัจจุบันมีฝุ่น PM2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และกระแสเลือดได้อยู่แทบทุกที่ โดยจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
ไม่ว่าจะเป็น อาการภูมิแพ้ ระคายเคืองทางเดินหายใจ หรือโรคเกี่ยวกับปอดและหัวใจ เครื่องฟอกอากาศจึงกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ควรมีติดบ้านไว้ เนื่องจาก
ช่วยลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ภายในบ้าน
ช่วยกรองสารก่อภูมิแพ้
ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
เหมาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้เป็นภูมิแพ้
ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกอากาศ ควรเริ่มจากการดูปัจจัยพื้นฐาน ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานจริง เพราะแต่ละบ้านมีขนาดห้อง และปัญหาอากาศไม่เหมือนกัน การเลือกให้เหมาะตั้งแต่แรก จะช่วยให้ฟอกอากาศได้คุ้มค่าและตอบโจทย์มากที่สุด
สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ ขนาดพื้นที่ใช้งาน หากเลือกเครื่องเล็กเกินไป ประสิทธิภาพการฟอกอากาศ อาจไม่ครอบคลุมทั้งห้อง ทั้งนี้ สำหรับห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น ควรเลือกเครื่องที่รองรับพื้นที่ได้เหมาะสมกับการใช้งานจริง
ระบบกรองอากาศ ถือเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องฟอกอากาศ ดังนั้น ควรเลือกเครื่องที่ออกแบบมา เพื่อจัดการกับฝุ่นขนาดเล็กโดยเฉพาะ
เครื่องฟอกอากาศที่มี Sensor ตรวจวัดคุณภาพอากาศ จะช่วยให้ผู้ใช้งานทราบสภาพอากาศภายในห้องแบบ Real-Time และปรับการทำงานได้อย่างเหมาะสม
ปัจจุบันหลายรุ่น ที่มาพร้อมเทคโนโลยี IONIZER ซึ่งช่วยสร้างประจุลบในอากาศ เพื่อช่วยดักจับอนุภาคขนาดเล็ก และทำให้อากาศสดชื่นมากขึ้น
ควรพิจารณาอายุการใช้งานของแผ่นกรอง ความสะดวกในการเปลี่ยนไส้กรอง และค่าบำรุงรักษาในระยะยาว
สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศ PM2.5 ที่ใช้งานง่าย ดีไซน์ทันสมัย และมีประสิทธิภาพในการดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน เครื่องฟอกอากาศ “Mori Series” จาก Mitsubishi Heavy Duty ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยข้อดีที่น่าสนใจหลายอย่าง ดังนี้
Mori Series ถูกออกแบบมา เพื่อช่วยกรองอนุภาค PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปริมาณฝุ่นละออง และมลภาวะภายในห้อง เพื่อให้อากาศสะอาดยิ่งขึ้น
เทคโนโลยี IONIZER ช่วยปล่อยประจุลบเข้าสู่อากาศ เพื่อช่วยดักจับอนุภาคขนาดเล็ก และเสริมคุณภาพอากาศภายในห้องให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น
ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ สามารถแสดงผลแบบ Real-Time ผ่านหน้าจอ LED ช่วยให้ผู้ใช้งานทราบสถานะอากาศภายในห้องได้อย่างสะดวก
Mori Series สามารถดูดอากาศได้รอบทิศทาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟอกอากาศ และกระจายอากาศสะอาดได้ทั่วถึงมากขึ้น
เหมาะสำหรับทั้งห้องนอนขนาดใหญ่ ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน คอนโดมิเนียม และห้องประชุมขนาดเล็ก พร้อมแผ่นกรองที่มีอายุการใช้งานยาวนานสูงสุดประมาณ 2,400 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม เพราะอากาศสะอาด คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีในระยะยาว เลือกดูแลคนที่คุณรักด้วย เครื่องฟอกอากาศ Mori Series จาก Mitsubishi Heavy Duty ตัวช่วยจัดการฝุ่น PM2.5 และมลภาวะภายในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเทคโนโลยีที่ออกแบบมา เพื่อการใช้งานจริงในทุกวัน
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ลองเช็กดูว่าคนในบ้านของคุณ อยู่ในกลุ่ม ที่ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะบางกลุ่มมีความเสี่ยงต่อฝุ่นละออง และมลภาวะในอากาศมากกว่าคนทั่วไป
ผู้เป็นภูมิแพ้: ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ที่ลอยอยู่ในอากาศ
บ้านที่มีเด็กเล็ก: ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด และปลอดภัยยิ่งขึ้น
บ้านที่มีผู้สูงอายุ: ลดความเสี่ยงจากมลภาวะทางอากาศที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง: ช่วยลดขนสัตว์ ฝุ่น และกลิ่นสะสมภายในบ้าน
หลายคนที่เริ่มมองหาเครื่องฟอกอากาศ มักมีคำถามว่า เมื่อซื้อมาแล้วควรเปิดเครื่องตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่ เพราะกังวลเรื่องค่าไฟ และอายุการใช้งานของตัวเครื่อง
ความเป็นจริงแล้ว การเปิดเครื่องฟอกอากาศอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นวิธีที่ช่วยรักษาคุณภาพอากาศภายในบ้านได้ดีที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสูง หรือในบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยภูมิแพ้ รวมถึงบ้านที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง เนื่องจาก ฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้จะปิดประตูหน้าต่างก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การใช้งานเครื่องฟอกอากาศ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้
ช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 ภายนอกอาคารอยู่ในระดับสูง
บ้านอยู่ติดถนนใหญ่ หรือพื้นที่ก่อสร้าง
มีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หอบหืด หรือโรคทางเดินหายใจ
มีสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน
ใช้งานเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ และปิดห้องตลอดวัน
ได้ หากเลือกเครื่องที่ออกแบบมาสำหรับการกรองฝุ่นขนาดเล็ก และมีระบบกรองที่มีประสิทธิภาพ
สามารถเปิดได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันที่ค่าฝุ่นภายนอกอยู่ในระดับสูง
ควรเลือกเครื่องที่รองรับขนาดพื้นที่ให้เหมาะสมกับห้อง เพื่อให้การฟอกอากาศมีประสิทธิภาพสูงสุด
การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ดี ไม่ได้ดูเพียงแค่ราคาเท่านั้น แต่ควรพิจารณาทั้งขนาดห้อง ประสิทธิภาพการกรอง ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ และความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาว เพื่อให้สามารถจัดการฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศที่ช่วยกรอง PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบบ IONIZER เซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศอัตโนมัติ และแผ่นกรองแบบ 360 องศา Mitsubishi Heavy Duty “Mori Series” คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งบ้าน คอนโด และห้องทำงาน
หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูล หรือเลือกซื้อสินค้าได้ที่
Facebook Page: Mitsubishi Heavy Duty Thailand
Website: www.mitsuheavythai.com
Line: @mitsuheavydutyTH
Lazada: Mitsubishi Heavy Duty